RSS

เมืองในฝัน

“อย่างไรก็ดี ในส่วนของราชอาณาจักรภูฏานแห่งภูมิภาคเอเชียใต้นั้น รายงานข่าวระบุว่า ราชวงศ์และรัฐบาลของภูฏานยังคงรักษาจุดยืนดั้งเดิมที่ “ไม่ต้องการผูกไมตรี” กับวอชิงตัน เนื่องด้วยความกังวลว่าการสถาปนาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ จะทำลาย “ดุลยภาพด้านนโยบายต่างประเทศ” ของภูฏานที่เน้นการสร้างสันติกับทั้งอินเดียและจีน สองชาติมหาอำนาจทางการเมืองที่มีเขตแดนขนาบภูฏาน” http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000077897

สหรัฐฯ เองก็คงประเมินแล้วว่า ภูฏานไม่มีทรัพยากรธรรมชาติให้แสวงหา ไม่มีผลประโยชน์ตามที่อยากได้ ไม่อยากเจริญสัมพันธไมตรีด้วย สหรัฐฯ ก็คงไม่แคร์ #แต่วันข้างหน้าอีกไม่นาน ระวัง ภูฎานโก่งราคาผักนะ…จะบอกให้

ในยามมีภัยสงครามและภัยธรรมชาติ แหล่งอาหารและน้ำดื่มสำคัญยิ่งกว่า “อาวุธ” เสียอีก  จนมีชาติที่สอง ประกาศจะเป็นประเทศที่ผลิตผลทางการเกษตรจะต้องเป็น เกษตรอินทรีย์ทั้งหมด และจะต้องกลายเป็นแหล่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกประเทศหนึ่ง ทราบกันมั้ยคะว่า คือ รัสเซีย ประเทศที่ประกาศสู้กับสงครามใหญ่ๆในโลกทุกรูปแบบ แถมยังปลูกปลอดสารพิษทั้งประเทศทั้งหมดอีกด้วย http://thaitribune.org/contents/detail/342?content_id=16549&rand=1469210775

ภูฎานจึงสงบสุขกว่าใคร สุขภาพจิต สุขภาพกายดีหมด เพราะรัฐบาลไม่ได้กอดและหายใจเข้าออกเป็น  GDP  แต่ความสุขมวลรวมของคนในชาติต่างหากที่สำคัญที่สุด

จนเมื่อไม่นานมานี้ วันที่เปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตย  ประชาชนชาวภูฏานแทบจะไม่ยอมรับการปกครองระบอบใหม่สำหรับพวกเขาเลย ภูฎานจึงเป็นหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ระบอบใดก็ตามที่ผู้นำมีคุณธรรม ยึดหลักธรรมาภิบาล คิดถึงแต่ความสุขของประชาชนอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกันแล้ว ความสุข ความเจริญที่ประชาชนได้รับจนพวกเขาไม่เคยรู้สึกว่า ระบอบประชาธิปไตยที่เปลี่ยนมาใช้ จะสำคัญอะไรสำหรับพวกเขา ทุกคนอยู่ดีมีสุข

และด้วยพระอัจริยภาพขององค์พระประมุข ท่านดำเนินตามรอยพระบาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศของเราชาวไทยอย่างเต็มเปี่ยม ประกาศนำประเทศเป็นแหล่งผลิตพืชผักเกษตรอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศไม่มีสงคราม ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองใดๆ อีกไม่นาน ภูฎานจะยิ่งใหญ่มาก มีศักยภาพในการต่อรองในตลาดการค้าโลกสูงทีเดียว 

อิจฉาจังเลยค่ะ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 27, 2017 in @Ann_Forever

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม

จารีตประเพณี ขนบธรรมเนียม ศิลปวัฒนธรรม ล้วนเป็นมรดกตกทอดมายาวนาน เป็นเอกลักษณ์ความดีงาม เป็นสมบัติของชาติ ที่อนุชนรุ่นหลังควรภาคภูมิใจสืบสานให้คงอยู่ตลอดไป 
ส่วนเราน่ะ กำพืดทางพ่อแท้ๆ เป็นคนมอญที่อพยพมาอาศัยใบบุญแผ่นดินไทย ส่วนแม่แท้ๆ มีบรรพชนเป็นชาวนา เป็นลูกหลานพระยาพิชัย ท่านก็เป็นแค่ชาวนาธรรมดาๆ  แต่กลับไม่มีรากเหง้าของความขมขื่นเท่ากับบรรพชนทางสายของพ่อ ที่ว่า..”ลูกมอญ หลานมอญในเมืองไทยต้องช่วยกันรักษาอัตลักษณ์ของชาติกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อสักวัน จะได้เชิญธงหงส์(ธงชาติมอญ)ออกจากหีบ กลับไปปลิวสะบัดบนยอดเสาธงบนแผ่นดินของเราอีกครั้ง”
คนไทยแท้ๆ ที่อยู่กันเป็นสุขมาหลายชั่วอายุคน จะเคยรู้บ้างไหมว่า ความรู้สึกของคนที่ไม่มีชาติ ไม่มีแผ่นดิน ไม่มีประเทศบนแผนที่ของโลกใบนี้อีกแล้ว ความขมขื่นจะสักแค่ไหน กับการที่ต้องช่วยกันรักษา สืนสาน ขนมธรรมเนียม ประเพณี จารีตอันเป็นอัตลักษณ์ของชาติให้คงอยู่บนแผ่นดินอื่น แทบจะอยู่อย่างไม่เห็นความหวังที่จะกอบกู้ชาติมอญกลับมาได้ แต่สิ่งใดที่ยังเหลืออยู่ คนมอญจะหวงแหนยิ่งชีวิต อยากลองสัมผัสความเจ็บปวดแบบนี้ดูบ้างไหม?
ความเจริญที่รับมาจากชาติอื่น จะมาหลงระเริงภาคภูมิใจและยกหางตัวเองว่านั้นคือความเจริญของชาติเราได้อย่างไรกัน  การที่ร่วมกันรักษาสิ่งที่มีไว้ให้คงอยู่ และให้ชาติอื่นเข้าใจยอมรับความเป็นตัวตนของเราให้ได้ นั้นต่างหากคือหนทางที่ช่วยกันพาชาติไปสู่ความเจริญที่ยั่งยืน ความเจริญที่เป็นของเราอย่างแท้จริง

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 6, 2017 in @Ann_Forever

 

​ตั้งสติให้มั่นอย่าเดินเข้าสู่กับดัก หลุมพรางของความขัดแย้งเลย

ภาพที่จับคนนั่งคุกเข่าหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และพร้อมจะรุมกระทืบ รู้ให้ทันขบวนการยั่วยุ ยุยง ทราบมั้ยคะ? ว่ามีคนรอภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไปยังทั่วโลก เพื่อจะชี้ให้นานาชาติเห็นว่า กฏหมายที่ไทยมีไว้เพื่อปกป้องสถาบันนั้นรุนแรง ละเมิดสิทธิมนุษยชน 
ภาพเหล่านี้เมื่อถูกเผยแพร่ออกไป ไม่ได้เป็นผลดีกับผู้ที่พวกเรากำลังปกป้องท่านเลยแม้แต่น้อย หวังใจว่าเมื่อใจเย็นลง นั่งมองภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น คงจะเข้าใจได้เองนะคะ
เมื่อสังคมไทยกำลังเปราะบางถึงขีดสุด ความรุนแรงไม่อาจแก้ปัญหาอะไรได้เลย  เราไม่สามารถใช้ความเกลียดชังเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญาณได้ ขอให้มีความเมตตาเป็นอาภรณ์ห่มใจ มีสติเป็นเครื่องยับยั้งชั่งใจ 
จะเจ็บปวด ทุกข์ร้อน เจ็บแค้น เดือดดานสักแค่ไหน ขอให้อดทน อดกลั้น พวกเราพร้อมจะร่วมกันแบกรับเอาไว้เอง ผิดถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง กฏหมายเป็นตัวชี้ขาด เราจะไม่ทำให้พ่อต้องแปดเปื้อนด้วยความจงรักภักดีของพวกเรา 

ร่วมเป็นกำลังใจให้กันและกัน รู้ว่าไม่ง่าย แต่เราจะต้องผ่านมันไปให้ได้ 

จากมนุษย์โลกสวยคนหนึ่งค่ะ

 
2 ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 18, 2016 in @Ann_Forever

 

เสียของ?

image

อย่าให้เสียของ อย่างที่ใครๆแอบหวั่นใจอยู่เลยนะคะ “ท่านผู้นำ”

ย้อนสำรวจตัวเองเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา เมื่อหันไปสนใจกับกิจกรรมอื่นๆ  ความใส่ใจในข่าวเหตุบ้านการเมืองก็ลดลง  บางทีเดือนหนึ่งจะโผล่หน้ามาโพสต์สักครั้งหนึ่ง

ยังอยากโขลกน้ำพริกให้อร่อยกับใจสบายๆอยู่นะคะ เมื่อค่ำนั่งทานข้าวกับพวกเจ้ๆ เขาอยากกินน้ำพริกกะปิ ช่วงนี้ไม่เห็นทำเลย บอกสูตรมาหน่อย…..

กะปิ กระเทียม รากผักชี ห่อใบตองเผาจนหอม นำทั้งสามอย่างมาโขลกรวมกัน ไม่ใช่แค่พอแหลกอย่างที่คิดกันนะ ต้องโขลกจนไม่ใช่ได้กลิ่นกะปิ กระเทียมหรือรากผักชี แต่จะโขลกจนทั้งสามอย่างกลายเป็นเกิด “กลิ่นใหม่”

ลองใจเย็น โขลกไปเรื่อยๆ ให้นานหน่อย จะหอมมาก แล้วค่อยใส่พริกขี้หนูสวนแท้ๆ เมล็ดสีแดงนำมาโขลก(น้ำพริกสีจะสวย ไม่ดำ เมล็ดสีเขียง โรยหน้าค่ะ) ตามด้วยกุ้งแห้งตัวโตที่คั่วไฟอ่อนๆมาแต่อย่าให้เนื้อกุ้งแข็ง โขลกได้ที่ค่อยบีบน้ำมะนาว เติมน้ำตาลปึก น้ำปลาตามมาสุดท้าย แล้วบุมะเขือพวง โรยพริกขี้หนูสวนเมล็ดสีเขียวลงไปเป็นลำดับสุดท้าย

เห็นมั้ยคะ “ท่านผู้นำ” จะโขลกน้ำพริกสักถ้วย ก็ต้องการอารมณ์ละเมียดละมัยด้วยเหมือนกันนะคะ คือถ้ามีอารมณ์ค้างจากเหตุบ้านการเมืองหละก็ มั่นใจเลยว่าน้ำพริกไม่อร่อยหรอกค่ะ

โอมเพี้ยง!! “ท่านผู้นำ” ต้องได้อย่างใจ ห้ามทำประชาชนผิดหวังในอนาคตเด็ดขาด สาธุ 😉

image

 

ป้ายกำกับ: ,

หนึ่งปีที่สุขใจ

image

22 พฤษภาคม 2557 – 22 พฤษภาคม 2558

● เป็นหนึ่งปีที่ .. ไม่ได้แตะยาช่วยหลับเพื่อผ่อนคลายใดๆเลยสักเม็ด จู่ๆก็หลับได้เอง สบายใจได้เปราะใหญ่ๆ อย่างน้อยคือ ไม่ต้องนั่งเฝ้าว่า คืนนี้ระเบิดจะลงที่ไหน ใครจะบาดเจ็บล้มตาย จะมีเพื่อนเรามั้ย แต่ละคืนใครอยู่ตรงไหนกันบ้าง

● เป็นหนึ่งปีที่ หยิบเครื่องดนตรีหลายประเภทขึ้นมาปัดฝุ่น จากที่ไม่เคยจับมาตั้งแต่ปี 2548 สอนลูกสาวซ้อมเพลงต่างๆแทบทุกวัน วันละ 3-5 ชั่วโมง เป็นเวลาติดกันนานถึง 6 เดือนเต็มๆ ชีวิตในวัยเด็กเมื่อช่วงอายุ 10 ขวบกว่าๆของเราเริ่มกลับมา นับเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุดในชีวิต ดนตรีให้อะไรกับเรามากกว่าแค่ความเพลิดเพลินเจริญใจ เพราะดนตรีคือ “ภาษาสากล” ที่เชื่อมใจถึงใจ ลดช่องว่างของแม่แก่ๆกับลูกสาววัยรุ่นให้มีความผูกพันที่เพิ่มพูน แม้ในหลายๆครั้ง การนั่งต่อเพลงกันวันละ 3 ชั่วโมงแทบจะไม่ได้พูดจากันเลย หากแค่ความเข้าใจ ความเป็นหนึ่งเดียวกันกลับมากจนเหลือล้น

ความภาคภูมิใจที่เห็นลูกสาวเล่นเพลง หลังจากที่ทุ่มเทนั่งฝึกซ้อมกันมาอย่างหนักร่วมครึ่งปี เป็นความอิ่มเอมหัวใจที่ไม่เหมือนเวลาเรามองดูลูกเล่นเพลงจากที่ไปเรียนวิชาดนตรี ครูคนอื่นสอนมา ความรู้สึกสุขไม่เหมือนกันเลย

● เป็นหนึ่งปีที่ กลับเข้าครัวลงมือทำกับข้าวเอง ใครอยากกินอะไร สั่งมา เดี๋ยวจะทำให้กิน จานด่วน จานง่าย จานยาก .. บอกมาเถอะ ไม่เกี่ยง ช่วงเวลานี้ทำให้รู้ว่า เวลาที่เราสบายใจ มีความปลอดโปร่ง แค่กินข้าวร้อนๆกัยไข่เจียว น้ำปลาพริกสักถ้วย ก็สุดแสนอร่อย

●  เป็นหนึ่งปีที่อยากขอบคุณ “ท่านผู้นำ”   มีความรัก ความอบอุ่น ความปลอดภัยรออยู่เสมอที่บ้าน คงไม่มีใครอยากไปใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน เสี่ยงภัยอัยตรายสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตอีก

ขอให้ “ท่านผู้นำ” ทำทุกอย่างให้สมเจตนาเพื่อนำพาประเทศให้พ้นภัยจากทุกรูปแบบ  พวกเราจะอยู่บ้านคอยส่งใจช่วยค่ะ  ท่านอย่ามุ่งหวังว่าจะเกิดความปรองดองได้ในเร็ววันนี้ แต่ขอให้ท่านสะสางปัญหาตามที่ท่านลั่นวาจาไว้ และเร่งสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับประชาชนทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อเขาอยู่ดีกินดี มีชีวิตที่ไม่ขัดสน จนเห็นเศษเงินเล็กๆน้อยๆของนักการเมืองที่โยนไปให้ พวกเขาคงจะกลับมาเห็นคุณค่าของตัวเองที่สร้างได้เองอย่างยั่งยืน เมื่อนั้นเศษเงินของนักการเมืองคงจะหมดความหมาย การปลุกปั่นยุงแยงจากกลุ่มต่างๆคงเบาบาง แต่คงต้องใช้เวลาอีกนานร่วมสิบปี พอๆกับเวลาที่สะสมปัญหามายาวนาน ดังนั้น อยากจะขอให้ “ท่านผู้นำ” อยู่นานๆได้ไหมคะ

แต่ท่านอย่าให้”แม้ว”มาแดกดันเอาได้นะคะว่า “ผลงานไม่ประทับใจเลย”

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 21, 2015 in @Ann_Forever

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

กฏหมายใหม่ของสิงคโปร์

image

กฏหมายใหม่ อันเป็น “ปรกติ” ของสิงคโปร์ เข้มงวดขนาดนี้ ผู้คนเขาอยู่กันมาได้ยังไงนะ ตั้งแต่สมัยก่อนที่ห้ามแม้กระทั่งเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือทิ้งขยะลงพื้น ถนน หรือทุกที่ บทลงโทษเอาแทบตาย

บางทีก็มาคิดว่า ระหว่างกฏหมายปรกติของสิงคโปร์กับกฏหมายพิเศษในไทยยามนี้ อะไรเข้มงวดกว่ากัน

ทำไมผู้คนเขาไม่เห็นออกมาโวยวายว่าโดนละเมิดสิทธิมนุษยชน คนสิงคโปร์ขี้ขลาด หวาดกลัว ไม่กล้าหือกับอำนาจรัฐ หรือเพราะคนสิงคโปร์มีระเบียบ วินัย และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศชาติของตัวเองมีความก้าวหน้าในทุกๆด้าน

นี่ถ้าเป็นเมืองไทย “ท่านผู้นำ” ออกกฏหมายแบบนี้ เชื่อได้เลย ท่านถูกด่าว่า ลุแก่อำนาจ เผด็จการ การจะซื้อจะขาย จะกินเหล้าในงานเลี้ยง ยังต้องขออนุญาตรัฐฯ  มันเกี่ยวอะไรกับการพัฒนาประเทศ

อ้าว..ตกลงว่า คนสิงคโปร์ยอมอยู่ในกะลาแลนด์ยิ่งกว่าคนไทยผู้กระหายอิสรภาพและประชาธิปไตยแล้วหรือเนี่ย

http://aseanwatch.org/2015/01/20/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%8E%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88-%E0%B8%AB/

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 29, 2015 in @Ann_Forever

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

เด่นจัง

image

*วันพุธ*

ทางการขอความร่วมมือผู้ประกอบการค้าบริเวณชายหาด *งด* ตั้งเก้าอี้ผ้าใบและห้ามกางร่มบริเวณชายหาด เราจะพบเก้าอี้ผ้าใบและร่มคันใหญ่ถูกพับเก็บวางซ้อนๆกันอยู่มากมาย ชายหาดจะโล่ง ดูมีพื้นที่กว้างขวางมองสบายตาขึ้นมากมายเชียว

จนส่งรูปอื่นๆให้ใครต่อใครดู เขาจะทักมาว่า “ทำไมไปเดินเล่นในที่เปลี่ยวจัง อันตรายนะ ”

เราบอกว่า ชายหาดดูกว้างขึ้นต่างหาก ไม่คุ้นตาหละซิ ความจริงคนก็ไม่น้อยเลยนะ

จนเดินเล่นมาเรื่อยๆ เห็นเก้าอ้ผ้าใบตั้งอยู่โดดริมชายหาด ฝรั่งเขานำมาตั้งเองเพื่อนอนอาบแดด  เห็นแล้วต้องขอกดชัดเตอร์หน่อยนะ เพราะเด่นจัง

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 1, 2015 in ท่องเที่ยว

 

ป้ายกำกับ: , , , , ,