RSS

Category Archives: @Ann_Forever

Black Panther’s end credit

Black Panther’s end credit

“T’Challa, Okoye, and Nakia are visiting the United Nations, and T’Challa tells the assembled delegation that he wants to share Wakanda’s advancements in technology with the world. He also says he no longer wants Wakanda to be an isolationist country. Before the scene concludes,

an unnamed character condescendingly asks what Wakanda really has to offer to the rest of the world. T’Challa just smirks in response.”

สงสัยมั้ยคะว่า แอฟริกาประเทศโลกที่ 3 ด้อยพัฒนาในสายตาของผู้เจริญแล้วนั้น…-เขามีดีอะไร และบังเอิญว่า มีดีในโลกของความเป็นจริงที่ไม่ใช่การขายฝันเพียงในภาพยนตร์

เบื้องลึกของความอุดมสมบูรณ์จากป่าดิบอาจมีอะไรดีๆ ซุกซ่อนอยู่มาก จนน่าจะสามารถใช้ต่อรองกับโลกที่เจริญแล้วได้อีกด้วย นั้นคือเรื่องแร่ธาตุที่หายากที่สุดในโลก ที่มีอยู่ในแอฟริกานั้นเอง ในหนังสื่อถึงความจริงข้อนี้ออกมาได้ดี และยังสื่อออกมาอีกว่า คงไม่ยากถ้าแอฟริกาจะอยากเป็นมหาอำนาจของโลกใบนี้

วันก่อนที่จะได้ดูหนังเรื่องนี้ เรายังมีข้อสงสัยไงว่า ที่แอฟริกาใต้ออกมามีปฎิกิริยาในทางลบอย่างมากกับอิสราเอลจากกรณีพิพาทดินแดนปาเลสไตน์ไปแล้วนั้น สหรัฐฯ จะไม่รู้สึกสะดุ้งเลยเชี่ยวหรือ เพราะถ้าเป็นเช่นนี้ แม้แต่สหรัฐฯ เอง อาจเสียรังวัดตามไปด้วยก็ได้ นั่นเป็นเพราะเราเองก็ยังรู้สึกว่าแอฟริกากำลังมีอำนาจเงียบในการต่อรองกับมหาอำนาจ

ที่ผ่านมา แม้จะมีอนุสัญญาไซเตสผูกพันรัดกุม แข็งแรงแน่นหนา แต่ทำไมนะ งาช้าง ถึงยังถูกลำเลียงไปจีนได้ตลอดเวลาที่ผ่านมา …-แล้วอย่างอื่นที่สำคัญกว่าอย่างยิ่งยวดหละ สหรัฐฯคงยอมไม่ได้หรอกมังคะ

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มีนาคม 16, 2018 in @Ann_Forever

 

จะหาไหนมาเทียม โอ้เจ้าดวงเดือนเอย

ฟ้อนลาวดวงเดือนพระราชทาน ในความทรงจำ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ณ ลานคำหอม พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ แห่งนี้ มีโอกาสและบุญตาที่ได้เห็นการความตระการตาในงานผ้าไหมในฤดูหนาวเท่านั้นยังไม่พอ ยังได้ชมการฟ้อนลาวดวงเดือนพระราชทาน ณ ลานคำหอมแห่งนี้

และหลังจากวันนั้นยังไม่เคยเห็นการฟ้อนลาวคำหอมที่ติดตราตรึงใจขนาดนั้นอีกเลยตราบจนวันนี้ ช่างฟ้อนอยู่ในชุดสาวภูไท หนึ่งในชาติพันธุ์ชนกลุ่มหนึ่งของจังหวัดสกลนคร ท่วงท่าร่ายรำฟ้อน เนิบนาบ สง่างาม อ่อนหวาน รัญจวนใจแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความเศร้าของการพลัดพรากจากคนที่รัก ลาวดวงเดือน สื่อความหมายถึง ความรักที่ไม่สมหวัง รักมากแต่ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้ รักมากแต่ต้องจำใจจาก รักมากเมื่อไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทุกข์ทรมานจนตรอมใจตายในที่สุด

ท่ารำจะคล้ายการฟ้อนเล็บของชาวเหนือ ความอ่อนช้อยของท่ารำ ผนวกกับดวงหน้าอันนิ่งเหมือนจะเฉยชามีแต่แววตาที่อ่อนหวานแต่เศร้าสร้อยของช่างฟ้อน ดวงตาที่ระยิบระยับเป็นประกายคล้ายมีน้ำตาคลออยู่ตลอด เมื่อต้องแสงตะไลที่ถูกจัดวางไว้อย่างมากมายโดยรอบ นั้นแหละคือมนต์สะกดให้ลืมไม่ลง และบทเพลงลาวดวงเดือนในค่ำคืนอันเหน็บหนาววันนั้น นอกจากผู้ขับร้องจะเป็นชาย น้ำเสียงทุ่มเย็น การเอื้อนต่างๆจะตรงตามแบบที่สมเด็จฯทรงโปรดทุกประการ สื่อความหมายของบทเพลงออกมาได้กินใจแล้วนั้น สำเนียงของเครื่องดนตรีในคืนนั้น เสียงแคนจะนำโดดเด่นเหมือนในคลิปนี้จากยูทูปที่หยิบมาให้ฟัง แต่การให้จังหวะจะเนิบอ้อยสร้อยกว่านี้นิดหน่อย

เวอร์ชั่นนี้เหมือนการบรรเลงลาวดวงเดือนในค่ำคืนนั้นอย่างที่สุดแล้วค่ะ จะหาไหนมาเทียม โอ้…เจ้าดวงเดือนเอย https://youtu.be/KyuLIUzDWhM

 

ป้ายกำกับ: , , ,

เราจ่ายได้แค่ “ค่ากระบวนการผลิต” ไม่ใช่ “ค่าทรัพยากรที่หมดไป”

ตอนเด็กๆ ในสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ช่วงนั้นรัฐบาลรณรงค์ประหยัดไฟฟ้า ทีวีจะออกอากาศเป็นเวลาไม่ใช่ตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนยุคนี้

ช่วงนั้นจะถามพ่อว่า “ถ้าเรามีเงินจ่ายค่าไฟ ก็ใช้ไฟได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องประหยัดใช่มั้ย?”
พ่อตอบว่า เหตุทึ่เราต้องช่วยกันประหยัดนั้น ไม่เกี่ยวกับการที่เรามีเงินหรือไม่าเงินจ่ายค่าไฟฟ้าหรอก เพราะเงินค่าไฟที่เราจ่ายๆกัน เราจ่ายได้แค่ “ค่ากระบวนการผลิต” ไม่ใช่ “ค่าทรัพยากรที่หมดไป”  เราจึงต้องช่วยกันประหยัด
ตอนนั้นฟังที่พ่อสอนด้วยความเข้าใจในระดับหนึ่ง มองเห็นภาพ คิดตามเป็น แต่…ยังไม่เคยเจอกับตัว
จนปีนี้อายุ 44 ย่าง 45 หวนคิดถึงคำสอนของพ่อในวัยเด็กตอนนั้นขึ้นมาอย่างแรง ตอนนี้ วันนี้ จะมีเงินจ่ายค่าน้ำประปา ก็หาน้ำดิบมาผลิตให้ใช้ได้ยาก
ของดที่จะพูดถึงว่า ประเทศไทยเราเดินมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?  แต่ขอให้วิกฤติภัยแล้งรุนแรงขนาดนี้ ที่เพิ่งแค่เริ่มต้น เราคงจะเรียนรู้และได้บทเรียนไปตามๆกัน
“วิกฤติแย่งชิงน้ำ” คือความน่ากลัวที่คาดคิดมาก่อนเลยว่า จะได้เจอในช่วงชีวิตของตนเอง แต่ต้องทำใจไว้ก่อนเลยว่า  .. เจอแน่ๆ
“ดินทรุด” แผ่นดินแยกแตกระแหงไปทั่ว  ให้ตายเถอะ.. เกิดให้เห็นแล้ว 
“ข้าวยากหมากแพง” ผลพวงจากน้ำไม่มีในนา พื้นที่เกษตรลดน้อยลง คงจะเป็นสิ่งที่พวกเราต้องเผชิญกันในลำดับต่อไป
ถ้าพวกเราได้บทเรียน และเรียนรู้จากความผิดพลาด เร่งช่วยกันพลิกฟื้นหาแหล่งน้ำกลับคืนมา โดยเริ่มจากตัวเรา พวกเราทุกคน ไม่ใช่ภาระของใคร หรือ หน่วยงานใดเพียงเท่านั้น  อนาคตพวกเราคงจะไม่ต้องอยู่กับฝันร้ายแบบที่กำลังเป็นอยู่

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 13, 2017 in @Ann_Forever

 

เมืองในฝัน

“อย่างไรก็ดี ในส่วนของราชอาณาจักรภูฏานแห่งภูมิภาคเอเชียใต้นั้น รายงานข่าวระบุว่า ราชวงศ์และรัฐบาลของภูฏานยังคงรักษาจุดยืนดั้งเดิมที่ “ไม่ต้องการผูกไมตรี” กับวอชิงตัน เนื่องด้วยความกังวลว่าการสถาปนาความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ จะทำลาย “ดุลยภาพด้านนโยบายต่างประเทศ” ของภูฏานที่เน้นการสร้างสันติกับทั้งอินเดียและจีน สองชาติมหาอำนาจทางการเมืองที่มีเขตแดนขนาบภูฏาน” http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9580000077897

สหรัฐฯ เองก็คงประเมินแล้วว่า ภูฏานไม่มีทรัพยากรธรรมชาติให้แสวงหา ไม่มีผลประโยชน์ตามที่อยากได้ ไม่อยากเจริญสัมพันธไมตรีด้วย สหรัฐฯ ก็คงไม่แคร์ #แต่วันข้างหน้าอีกไม่นาน ระวัง ภูฎานโก่งราคาผักนะ…จะบอกให้

ในยามมีภัยสงครามและภัยธรรมชาติ แหล่งอาหารและน้ำดื่มสำคัญยิ่งกว่า “อาวุธ” เสียอีก  จนมีชาติที่สอง ประกาศจะเป็นประเทศที่ผลิตผลทางการเกษตรจะต้องเป็น เกษตรอินทรีย์ทั้งหมด และจะต้องกลายเป็นแหล่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกประเทศหนึ่ง ทราบกันมั้ยคะว่า คือ รัสเซีย ประเทศที่ประกาศสู้กับสงครามใหญ่ๆในโลกทุกรูปแบบ แถมยังปลูกปลอดสารพิษทั้งประเทศทั้งหมดอีกด้วย http://thaitribune.org/contents/detail/342?content_id=16549&rand=1469210775

ภูฎานจึงสงบสุขกว่าใคร สุขภาพจิต สุขภาพกายดีหมด เพราะรัฐบาลไม่ได้กอดและหายใจเข้าออกเป็น  GDP  แต่ความสุขมวลรวมของคนในชาติต่างหากที่สำคัญที่สุด

จนเมื่อไม่นานมานี้ วันที่เปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตย  ประชาชนชาวภูฏานแทบจะไม่ยอมรับการปกครองระบอบใหม่สำหรับพวกเขาเลย ภูฎานจึงเป็นหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ระบอบใดก็ตามที่ผู้นำมีคุณธรรม ยึดหลักธรรมาภิบาล คิดถึงแต่ความสุขของประชาชนอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกันแล้ว ความสุข ความเจริญที่ประชาชนได้รับจนพวกเขาไม่เคยรู้สึกว่า ระบอบประชาธิปไตยที่เปลี่ยนมาใช้ จะสำคัญอะไรสำหรับพวกเขา ทุกคนอยู่ดีมีสุข

และด้วยพระอัจริยภาพขององค์พระประมุข ท่านดำเนินตามรอยพระบาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศของเราชาวไทยอย่างเต็มเปี่ยม ประกาศนำประเทศเป็นแหล่งผลิตพืชผักเกษตรอินทรีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศไม่มีสงคราม ไม่มีความขัดแย้งทางการเมืองใดๆ อีกไม่นาน ภูฎานจะยิ่งใหญ่มาก มีศักยภาพในการต่อรองในตลาดการค้าโลกสูงทีเดียว 

อิจฉาจังเลยค่ะ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 27, 2017 in @Ann_Forever

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ความเจริญรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม

จารีตประเพณี ขนบธรรมเนียม ศิลปวัฒนธรรม ล้วนเป็นมรดกตกทอดมายาวนาน เป็นเอกลักษณ์ความดีงาม เป็นสมบัติของชาติ ที่อนุชนรุ่นหลังควรภาคภูมิใจสืบสานให้คงอยู่ตลอดไป 
ส่วนเราน่ะ กำพืดทางพ่อแท้ๆ เป็นคนมอญที่อพยพมาอาศัยใบบุญแผ่นดินไทย ส่วนแม่แท้ๆ มีบรรพชนเป็นชาวนา เป็นลูกหลานพระยาพิชัย ท่านก็เป็นแค่ชาวนาธรรมดาๆ  แต่กลับไม่มีรากเหง้าของความขมขื่นเท่ากับบรรพชนทางสายของพ่อ ที่ว่า..”ลูกมอญ หลานมอญในเมืองไทยต้องช่วยกันรักษาอัตลักษณ์ของชาติกันอย่างเข้มแข็ง เพื่อสักวัน จะได้เชิญธงหงส์(ธงชาติมอญ)ออกจากหีบ กลับไปปลิวสะบัดบนยอดเสาธงบนแผ่นดินของเราอีกครั้ง”
คนไทยแท้ๆ ที่อยู่กันเป็นสุขมาหลายชั่วอายุคน จะเคยรู้บ้างไหมว่า ความรู้สึกของคนที่ไม่มีชาติ ไม่มีแผ่นดิน ไม่มีประเทศบนแผนที่ของโลกใบนี้อีกแล้ว ความขมขื่นจะสักแค่ไหน กับการที่ต้องช่วยกันรักษา สืนสาน ขนมธรรมเนียม ประเพณี จารีตอันเป็นอัตลักษณ์ของชาติให้คงอยู่บนแผ่นดินอื่น แทบจะอยู่อย่างไม่เห็นความหวังที่จะกอบกู้ชาติมอญกลับมาได้ แต่สิ่งใดที่ยังเหลืออยู่ คนมอญจะหวงแหนยิ่งชีวิต อยากลองสัมผัสความเจ็บปวดแบบนี้ดูบ้างไหม?
ความเจริญที่รับมาจากชาติอื่น จะมาหลงระเริงภาคภูมิใจและยกหางตัวเองว่านั้นคือความเจริญของชาติเราได้อย่างไรกัน  การที่ร่วมกันรักษาสิ่งที่มีไว้ให้คงอยู่ และให้ชาติอื่นเข้าใจยอมรับความเป็นตัวตนของเราให้ได้ นั้นต่างหากคือหนทางที่ช่วยกันพาชาติไปสู่ความเจริญที่ยั่งยืน ความเจริญที่เป็นของเราอย่างแท้จริง

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 6, 2017 in @Ann_Forever

 

​ตั้งสติให้มั่นอย่าเดินเข้าสู่กับดัก หลุมพรางของความขัดแย้งเลย

ภาพที่จับคนนั่งคุกเข่าหน้าพระบรมฉายาลักษณ์และพร้อมจะรุมกระทืบ รู้ให้ทันขบวนการยั่วยุ ยุยง ทราบมั้ยคะ? ว่ามีคนรอภาพนี้ถูกเผยแพร่ออกไปยังทั่วโลก เพื่อจะชี้ให้นานาชาติเห็นว่า กฏหมายที่ไทยมีไว้เพื่อปกป้องสถาบันนั้นรุนแรง ละเมิดสิทธิมนุษยชน 
ภาพเหล่านี้เมื่อถูกเผยแพร่ออกไป ไม่ได้เป็นผลดีกับผู้ที่พวกเรากำลังปกป้องท่านเลยแม้แต่น้อย หวังใจว่าเมื่อใจเย็นลง นั่งมองภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น คงจะเข้าใจได้เองนะคะ
เมื่อสังคมไทยกำลังเปราะบางถึงขีดสุด ความรุนแรงไม่อาจแก้ปัญหาอะไรได้เลย  เราไม่สามารถใช้ความเกลียดชังเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตและจิตวิญญาณได้ ขอให้มีความเมตตาเป็นอาภรณ์ห่มใจ มีสติเป็นเครื่องยับยั้งชั่งใจ 
จะเจ็บปวด ทุกข์ร้อน เจ็บแค้น เดือดดานสักแค่ไหน ขอให้อดทน อดกลั้น พวกเราพร้อมจะร่วมกันแบกรับเอาไว้เอง ผิดถูกส่งตัวให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง กฏหมายเป็นตัวชี้ขาด เราจะไม่ทำให้พ่อต้องแปดเปื้อนด้วยความจงรักภักดีของพวกเรา 

ร่วมเป็นกำลังใจให้กันและกัน รู้ว่าไม่ง่าย แต่เราจะต้องผ่านมันไปให้ได้ 

จากมนุษย์โลกสวยคนหนึ่งค่ะ

 
2 ความเห็น

Posted by บน ตุลาคม 18, 2016 in @Ann_Forever

 

หนึ่งปีที่สุขใจ

image

22 พฤษภาคม 2557 – 22 พฤษภาคม 2558

● เป็นหนึ่งปีที่ .. ไม่ได้แตะยาช่วยหลับเพื่อผ่อนคลายใดๆเลยสักเม็ด จู่ๆก็หลับได้เอง สบายใจได้เปราะใหญ่ๆ อย่างน้อยคือ ไม่ต้องนั่งเฝ้าว่า คืนนี้ระเบิดจะลงที่ไหน ใครจะบาดเจ็บล้มตาย จะมีเพื่อนเรามั้ย แต่ละคืนใครอยู่ตรงไหนกันบ้าง

● เป็นหนึ่งปีที่ หยิบเครื่องดนตรีหลายประเภทขึ้นมาปัดฝุ่น จากที่ไม่เคยจับมาตั้งแต่ปี 2548 สอนลูกสาวซ้อมเพลงต่างๆแทบทุกวัน วันละ 3-5 ชั่วโมง เป็นเวลาติดกันนานถึง 6 เดือนเต็มๆ ชีวิตในวัยเด็กเมื่อช่วงอายุ 10 ขวบกว่าๆของเราเริ่มกลับมา นับเป็นช่วงเวลาที่วิเศษที่สุดในชีวิต ดนตรีให้อะไรกับเรามากกว่าแค่ความเพลิดเพลินเจริญใจ เพราะดนตรีคือ “ภาษาสากล” ที่เชื่อมใจถึงใจ ลดช่องว่างของแม่แก่ๆกับลูกสาววัยรุ่นให้มีความผูกพันที่เพิ่มพูน แม้ในหลายๆครั้ง การนั่งต่อเพลงกันวันละ 3 ชั่วโมงแทบจะไม่ได้พูดจากันเลย หากแค่ความเข้าใจ ความเป็นหนึ่งเดียวกันกลับมากจนเหลือล้น

ความภาคภูมิใจที่เห็นลูกสาวเล่นเพลง หลังจากที่ทุ่มเทนั่งฝึกซ้อมกันมาอย่างหนักร่วมครึ่งปี เป็นความอิ่มเอมหัวใจที่ไม่เหมือนเวลาเรามองดูลูกเล่นเพลงจากที่ไปเรียนวิชาดนตรี ครูคนอื่นสอนมา ความรู้สึกสุขไม่เหมือนกันเลย

● เป็นหนึ่งปีที่ กลับเข้าครัวลงมือทำกับข้าวเอง ใครอยากกินอะไร สั่งมา เดี๋ยวจะทำให้กิน จานด่วน จานง่าย จานยาก .. บอกมาเถอะ ไม่เกี่ยง ช่วงเวลานี้ทำให้รู้ว่า เวลาที่เราสบายใจ มีความปลอดโปร่ง แค่กินข้าวร้อนๆกัยไข่เจียว น้ำปลาพริกสักถ้วย ก็สุดแสนอร่อย

●  เป็นหนึ่งปีที่อยากขอบคุณ “ท่านผู้นำ”   มีความรัก ความอบอุ่น ความปลอดภัยรออยู่เสมอที่บ้าน คงไม่มีใครอยากไปใช้ชีวิตอยู่ข้างถนน เสี่ยงภัยอัยตรายสุ่มเสี่ยงต่อชีวิตอีก

ขอให้ “ท่านผู้นำ” ทำทุกอย่างให้สมเจตนาเพื่อนำพาประเทศให้พ้นภัยจากทุกรูปแบบ  พวกเราจะอยู่บ้านคอยส่งใจช่วยค่ะ  ท่านอย่ามุ่งหวังว่าจะเกิดความปรองดองได้ในเร็ววันนี้ แต่ขอให้ท่านสะสางปัญหาตามที่ท่านลั่นวาจาไว้ และเร่งสร้างความอยู่ดีมีสุขให้กับประชาชนทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน เมื่อเขาอยู่ดีกินดี มีชีวิตที่ไม่ขัดสน จนเห็นเศษเงินเล็กๆน้อยๆของนักการเมืองที่โยนไปให้ พวกเขาคงจะกลับมาเห็นคุณค่าของตัวเองที่สร้างได้เองอย่างยั่งยืน เมื่อนั้นเศษเงินของนักการเมืองคงจะหมดความหมาย การปลุกปั่นยุงแยงจากกลุ่มต่างๆคงเบาบาง แต่คงต้องใช้เวลาอีกนานร่วมสิบปี พอๆกับเวลาที่สะสมปัญหามายาวนาน ดังนั้น อยากจะขอให้ “ท่านผู้นำ” อยู่นานๆได้ไหมคะ

แต่ท่านอย่าให้”แม้ว”มาแดกดันเอาได้นะคะว่า “ผลงานไม่ประทับใจเลย”

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน พฤษภาคม 21, 2015 in @Ann_Forever

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,