RSS

Monthly Archives: กรกฎาคม 2011

โศกนาฎกรรมชีวิตบนความภาคภูมิใจ L-39 VS SAM-7

“ผม เรืออากาศโท (ชื่อ นามสกุล)….ได้รับคำสั่งจากองทัพอากาศไทย ให้ทำการโจมตีทำลายโรงงานผลิตยาเสพติดแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ตรงเขตชายแดนประเทศไทย โดยมีกองกำลังติดอาวุธคุ้มกันอยู่ โรงงานแห่งนี้ได้ส่งยาเสพติดเข้ามาขายในประเทศไทย ทำลายทั้งเยาวชนและเศรษฐกิจ ทำความเสียหายให้แก่ประเทศอย่างใหญ่หลวง

ทางรัฐบาลจึงมีคำสั่งให้กองทัพอากาศโจมตีทำลายโรงงานแห่งนี้ทันที ก่อนที่ยาบ้าสูตรใหม่ที่มีฤทธิ์อันตรายมากกว่าเดิม จะถูกผลิตออกมาในไม่ช้านี้

วันนี้ผมกับเพื่อนๆนักบินอีก 3 นาย ซึ่งนั่งอยู่ทางที่นั่งด้านหลังนายหนึ่ง และอีกสองนายอยู่ในเครื่องบินอีกลำหนึ่ง จะต้องบินเพดานต่ำเพื่อหลบเรดาร์ และบินลอบเข้าไปหาเป้าหมาย ซึ่งเมื่อถึงเป้าหมาย ก็จะต้องทำการโจมตีให้เร็วที่สุด และรีบถอนตัวออกมา เนื่องจากหน่วยข่าวกรองแจ้งให้ทราบว่ามีอาวุธต่อสู้อากาศยานซ่อนพรางคุ้มกันโรงงานผลิตยาเสพติดแห่งนี้อยู่มากมาย

ภารกิจนี้จึงเสี่ยงมาก แต่เพื่อประเทศชาติ ผมพร้อมที่จะสละได้แม้นกระทั่งชีวิต

สำหรับนกเหล็กที่ผมใช้คือ เครื่องบินขับไล่โจมตีแบบ L -39 ติดอาวุธระเบิด MK-83(1,000 ปอนด์) 2 ลูก และจรวด AIM 9 P-3 ซึ่งนำวิถีด้วยความร้อนอีก 2 ลูก

บึ้มๆๆๆๆๆ….ผมไม่ได้ยินเสียงหรอกครับ เพราะนั่งอยู่ใน Cockpit (ห้องนักบิน) ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี สำหรับป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก แต่เป็นเพราะกลุ่มควันสีดำที่ฟุ้งกระจายเต็มไปทั่วทั้งท้องฟ้า บวกกับความรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของคลื่นอากาศ (Shock Wave) ที่ทำให้เครื่องบินของผมโคลงเคลงไปมานั้น เป็นการบอกให้รู้ว่า เครื่องบินของผมกำลังถูกยิงด้วยกระสุนแตกกระจายจากปืนต่อสู้อากาศยาน ซึ่งก็แสดงว่า

ข้าศึกรู้การมาของผมแล้ว !!

ประกายไฟแวบวาบที่เกิดขึ้นทั่วป่าข้างล่างนั้นเป็นตัวบอกอย่างดีว่า ข้าศึกได้ยิงอาวุธทุกชนิดที่มีขึ้นมาสกัดกั้นพวกผม ผมยิ้มให้กับความตายเมื่อบินผ่านกลุ่มควันระเบิดของกระสุนปืนต่อสู้อากาศยาน ซึ่ง L -39 ของหมู่บินเฉพาะกิจของผมนี้ได้ทาสีลายพรางโทนฟ้าคราม แต่ไร้ซึ่งเครื่องหมายบ่งบอกสัญชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทด้านการเมืองระหว่างประเทศ

ฉะนั้น ถ้าผมถูกยิงตกพร้อมกับเครื่องบินไร้สังกัดนี้ ก็จะไม่มีใครทราบเลยว่าผมเป็นใคร และจะไม่มีใครในประเทศไทยทราบเลยว่าผมหายไปไหน นอกจากผู้บังคับบัญชาไม่กี่คนที่คงจะบอกกับคนในครอบครัวว่าผมจากไปเพราะอุบัติเหตุจากการฝึก เพราะทุกอย่างต้องเป็นความลับเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาติสูงสุด แม้จะต้องถูกยิงตกตายอนาถอย่างเงียบๆบนผืนดินต่างแดน แต่เพื่อปกป้องมาตุภูมิไทย พวกผมก็พร้อมจะแลกด้วยชีวิต

นกเหล็กทั้งสองยังคงไต่ทะยานเพิ่มความสูงอย่างไม่หวาดหวั่น จนกระทั่งได้ความสูงที่เหมาะสม ผมจึงผลักคันบังคับไปข้างหน้า ปักหัวลงเพื่อทำมุมสำหรับการทิ้งระเบิด แต่….พวกเราถูกยิงจากปืนต่อสู้อากาศยานนำวิถีด้วยเรดาร์

ผมรู้ได้จากวิถีของกระสุนแตกอากาศที่วิ่งมาระเบิดดักหน้าเครื่องของผม แต่ผมไม่มีเวลาคิดอะไรอีกแล้ว ถ้าทำภารกิจนี้ไม่สำเร็จ ประเทศจะต้องเสียหายอย่างใหญ่หลวง ผมจึงต้องทำให้สำเร็จแม้นจะต้องบินชน…ผมก็ยอม

L-39 ทั้งสองลำยังคงดำดิ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างสง่าผ่าเผยท่ามกลางสายกระสุนที่พุ่งสวนไปกับกลุ่มควันของกระสุนแตกอากาศที่ระเบิดกระจายเต็มไปทั่วทั้งท้องฟ้า เมื่อได้ระยะมฤตยูขนาด 1,000 ปอนด์ จากปีกของเครื่องบินทั้งสองก็ลอยละลิ่วเข้าหาเป้าหมาย

แรงระเบิดมหาศาลจากลูกระเบิดทั้งสี่ลูก ซึ่งเข้าเป้าหมายอย่างแม่นยำ ประกอบกับน้ำยาเคมีที่เป้นสารตั้งต้นของการผลิตยาเสพติดซึ่งเป็นวัตถุไวไฟ ทำให้พื้นที่โรงงานแห่งนั้นหลายเป็นทะเลเพลิงไปทันที

ในที่สุดผมก็ได้มีวันนี้ วันที่ผมใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ว่าจะได้มีโอกาสตอบแทนแผ่นดินไทย ด้วยการบินผ่าอันตรายเข้าไปอย่างกล้าหาญไม่หวาดหวั่น เพื่อทำลายอริราชศัตรูของชาติเยี่ยงวีรบุรุษ และในที่สุด..ผมก็ได้ทำแล้ว

ผมดึงเครื่องขึ้นหาความสูงอีกครั้ง แต่แล้วต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเพื่อนนักบินที่นั่งอยู่ข้างหลังวิทยุมาบอกว่า “แซม 2 ลูก 10 นาฬิกา”

ผมขนลุกซู่ เหงื่อแตกพลั่กเมื่อเห็นมฤตยูนำวิถีพุ่งเข้าหาจากข้างหน้าทางซ้าย ผมรับกดหัวเครื่องบินให้ดิ่งลงต่ำแล้วปล่อยชาร์ฟ ซึ่งเป็นแผ่นโลหะชิ้นเล็กๆเพื่อรบกวนเรดาร์นำวิถีของจรวดแซม

ดราก้อนลีดเดอร์ จากดราก้อนซีโร่ ทู ผมถูกยิงจากปืนต่อสู้อากาศยาน ผมสูญเสียกำลังเครื่องยนต์ เร่งเครื่องไม่ขึ้น ช่วยผมด้วย เพื่อนนักบินอีกลำวิทยุมาบอกผม แย่แล้วขีปนาวุธกำลังพุ่งเข้าหาเขา

L -39 หมายเลขสอง ถูกจรวดแซม 2 ลูกซ้อนทำให้ระเบิดกลางอากาศกลายเป็นจุล มหาจุลไปในพริบตา

ลาก่อนเพื่อน นายตายเพื่อชาติอย่างสมศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย ผมกัดฟันกรอดด้วยความโกรธและเสียใจ แต่ …เครื่องของผมก็สั่นสะเทือนอย่างแรง แรงกระแทกทำให้ผมรู้สึกมึนไปชั่วขณะ

เครื่องถูกยิง ผมบอกตัวเองพร้อมกับรีบตรวจดูความเสียหายจากสัญญาณไฟเตือนของระบบต่างๆ ที่กำลังแข่งกันกระพริบแดงโร่ แพรวพราวเต็มแผงหน้าปัดไปหมด ด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นปรกติ กลิ่นไฟไหม้เหม็นจนแสบจมูก กลุ่มควันสีเทาตลบอบอวลเต็มไปทั่วห้องนักบิน

โอ๊ย !! ผมถูกยิง ช่วยด้วย …เพื่อนนักบินที่อยู่ด้านหลังได้รับบาดเจ็บจึงร้องขอความช่วยเหลือ

ใจเย็นๆ ผมจะรีบนำเครื่องกลับฐานให้เร็วที่สุด ผมพยายามปลอบเพื่อนนักบินที่นั่งอยู่ด้านหลัง ทั้งๆที่นกเหล็กพิการตัวนี้เริ่มควบคุมไม่ค่อยจะได้แล้ว

เราต้องทำให้ได้ ผมให้กำลังใจตนเอง เพราะผมจะต้องพยายามสู้เพื่อความอยู่รอดของเรา แต่แล้ววัตถุขนาดใหญ่ก็พุ่งตรงมาที่เครื่องของผมด้วยความเร็วสูง

แซม !!! ผมอุทานอย่างลืมตัว แต่หลังจากได้สติ ผมก็ได้วิเคราะห์แล้วว่านกเหล็กพิการตัวนี้ ไม่มีทางหนีรอดได้แน่นอน ถ้าขืนอยู่อย่างนี้ต่อไปพวกผมต้องแหลกพร้อมเครื่องเป็นแน่

Eject! Eject! Eject! ผมตะโกนอย่างสุดเสียงพร้อมคว้าหวงดึงสละเครื่องอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณของการเอาตัวรอด เสียงนกเหล้กระเบิดพร้อมแรงดันมหาศาลส่งผมพุ่งขึ้นสู้ความเวิ้งว้างของท้องฟ้า ทำให้ผมมึนไปชั่วขณะ เสียงร่มกางกินลมพร้อมสายรัดกระชากตัวอย่างแรง ทำให้ผมได้สติ จึงเห็นตัวเองและเพื่อนกำลังลอยต่ำสู่เบื้องล่าง เขาบาดเจ็บ ผมต้องช่วยเขา

ทางไปสู่เกียรติศักดิ์ จักประดับดอกไม้ หอมหวนยวลจิตไซร้ บ่มี

ฉันบันทึกเหตุการณ์ครั้งนี้โดยปราศจากการให้เครดิตนักบินที่สละชีวิตจากภารกิจสำคัญนี้ ด้วยเหตุผลไม่ต้องการให้”ศัตรู”ตามกลิ่นได้ถูกว่า อีกท่านที่ยังมีชีวิตอยู่และนำเรื่องราวกลับมาเล่าสู่กันฟังนั้นคือ..ท่านผู้ใด

เพราะสถานการณ์ทางการเมือง ณ ปัจจบัน นอกจากจะร้อนแรงด้วยไฟการเมืองภายในประเทศแล้ว แหล่งผลิตยาเสพติดต่างๆตามตะเข็บชายแดนไทย มิได้หมดสิ้นไป และ..ผู้มากอิทธิพลทั้งหลายในเมืองไทยก็อาจจะมี”หุ้นส่วน”ในการเอื้อประโยชน์แก่โรงงานผลิตยาเสพติด เพื่อนำมาจำหน่ายในเมืองไทยอีกด้วย

จะปิดทองหลังองค์ปฎิมา จะยอมรับโชคชะตาไม่ว่าดีร้าย

ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ถึงเวลาก็ต้องไป เหลือไว้แต่คุณงามความดี

ขอเทิดทูนศักดิ์ศรียิ่งสิ่งใด แม้นแต่ลมหายใจก็ยอมพลี

โลกยังไม่สิ้นหวัง ถ้ายังมั่นในความดี

ศรัทธาไม่มีหน่ายหนี คนดีไม่มีวันตาย

– คนดีไม่มีวันตาย –

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับ”ชนกลุ่มน้อย”ดังกล่าว

นักบินได้รับการแจ้งเตือนให้ระวังอาวุธนำวิถีของกลุ่มว้า ที่เกิดจาการปราบปรามยาเสพติด

ตลาดยาเสพติดชายแดนซบเซาหลังว้าแดงบุกถล่มโรงงานผลิตเฮโรอีน

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

หอมกลิ่นแก้วเจ้าจอม

 

” การที่คุณหลวงได้รับการไว้วางพระราชหฤทัยในครั้งนี้ ต้องถือว่าเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลของเราค่ะ หากบ้านเมืองลำบากนักหนาอย่างที่คุณหลวงว่า และคุณหลวงมีส่วนในการช่วยเหลือบ้านเมือง ถือเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่  ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณหลวงไปเถอะ “

“เฟื่องอยากรู้ว่าการเดินทางของคุณหลวงในครั้งนี้เป็นอย่างไรบ้าง คุณหลวงช่วยจดบันทึกทุกสิ่งที่คุณหลวงพบเห็นมาในสมุดเล่มนี้หน่อยได้ไหมคะ ..เฟื่องอยากรู้ว่าระหว่างการเดินทางในวันคืนที่เราห่างกัน คุณหลวงทำอะไรบ้าง คิดอย่างไรบ้างในขณะนั้น ..”

“ขอสไบของแม่เฟืองให้ข้าติดตัวเคียงข้างแทนกายเจ้าเถิดหนา แม่เฟื่องจะอยู่ใกล้หัวใจข้าตลอดเวลาทีเดียวหนา ”

“ขอบคุณสำหรับความรักที่คุณหลวงมีให้  เฟื่องจะทำหน้าที่ของเฟื่องให้ดีที่สุด และรอวันจนกว่าที่คุณหลวงจะกลับบ้านเรา ”

“ไปคราวนี้คงนานเป็นปีนะเจ้าคะ”…”หน้าที่ของคนเราต่างกันเรือน วันหนึ่งเราต้องกลับมาพบกัน ร้อยปีที่ห่างเรายังกลับมาพบกันได้ นี่เพียงแค่ปีเดียว …ไม่นานหรอก..”

 

 

 

 

 

 

“โอ้ว่าอนาถใจ ละฉะไนนะเป็นฉะนี้ แต่ไรก็ไม่มี มะนะนึกระเหระหน

ไม่เคยจะเชื่อว่า รตินั้นจะสัปดน มาสู่ ณ ใจตน และจะต้องระทมระทวย

เมื่อก่อนสิชายรัก ก็มิพักจะเออจะอวย อวดดีและอวดด้วย บ่ มิเคยจะลุ่มจะหลง

ทั้งเคยเยาะเย้ยหยัน นระผู้พะว้าพะวง ว่าเขานะเขลาคง จะ บ่ พ้นระอิดระอา

เคยว่าบุรุษกล่าว วจะล่วงยุพาและพา ไปร่วมสิเนหา บ่ มิช้าก็ทอดก็ทิ้ง

ดังนั้นสิแม้ชาย อภิปรายและอ้อยและอิ่ง เราจึ่งมิสุงสิง และ บ่ รักสมัครสมาน

ครานี้สิพบชาย วรรูปวิเศษวิศาล ใจวาบและหวามปาน ฤดินั้นจะโลดจะลอย

เธอนั้น ฤ เจียมตัว กิริยาก็เรียบก็ร้อย ไม่มีละสักน้อย จะแสดงณท่วงณที

ว่าเธอประสงค์จะ อภิรมย์ฤดึระตี เป็นแต่ชำเลืองที่ ดนุบ้าง ณ ครั้งคราว

คราใดประสบเนตร ฤ ก็เราละร้อนละหนาว เธอไกลก็ดูราว นภะไร้ตะวันและเดือน

โอ้ว่า ณ ครานี้ แหละฤดีจะฟั่นจะเฟือน ด้วยรักกระทำเชือน ละฉะนี้จะทำไฉน”

ฮันนี่ อัญเชิญบทพระราชนิพนธ์ให้เมื่อคราว ธันวาคม ๒๕๕๑

ฉันเขียนบันทึกนี้ด้วยความรู้สึกต้องการ“ดับความทุกข์”จากความห่วงใยบุคคลอันเป็นที่รัก ที่ขาดการติดต่อกันในห้วงเวลานี้ ฉันต้อง“เข้มแข็ง”เพื่อให้คนที่รักสบายใจ ตลอดจนเร่งทำหน้าที่ ที่ตนเองพึงต้องกระทำทั้งต่อตนเองและประเทศชาติบ้านเมือง   

“แก้วเจ้าจอม” หรือ “น้ำอบฝรั่ง” นี้ ศาสตราจารย์เต็ม สมิตินันทน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤกษศาสตร์ กรมป่าไม้ เป็นผู้ตั้งชื่อ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 17, 2011 in @Ann_Forever

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

ขุนรองปลัดชู แม่กองอาทมาท วิเศษไชยชาญ

“เกล้าผมอยากรู้นักว่า มีใครคิดถึงเรื่องของแผ่นดินกันบ้าง…”

“บ้านเมืองช่างดูวังเวงชอบกล”…”มันจะวังเวงกว่านี้ยิ่งขึ้นไปอีก เพราะท้าวพระยาผู้ใหญ่ต้องการอำนาจ มองหาแต่ช่องทางได้เปรียบให้ตัวเอง ยุคนี้มันไม่มีใครเห็นแก่บ้านเมืองจริงๆหรอกแม่จันท์”

“แม้แต่ท่านเจ้าเมือง” แม่จันท์กล่าว

“ท่านเจ้าเมืองก็ต้องเลือกยืนข้างท้าวพระยาฝ่ายใน หากเลือกยืนข้างถูก ผลประโยชน์ก็เหลือคณานับ ท่านเจ้าคุณวิเศษฯก็มีท่าทีเยี่ยงนั้น  กลับกรุงศรีคราวนี้ เรื่องราวอันซับซ้อน ไอ้เรามันเป็นข้าราชการหัวเมืองเล็กๆ ขอเพียงใครมีบุญญาบารมีขึ้นมา ก็ขอให้ผู้นั้นเห็นแก่แผ่นดินเถิด

“กูเหยียบถึงอยุธยาในยามไร้ร่มฉัตร เสียงมโหรีปี่พาทย์ที่เคยประโคมกล่อมยามบ้านดีเมืองดี เพลานั้นกูไม่ได้ยินแล้ว ในมุมมืดกูได้ยินแต่เสียงขยับดาบ ดาบในมือกู กูเป็นคนใช้ แต่กูไม่ได้ใช้ตามใจ เพราะหน้าที่บีบให้กูต้องทำ ทำทั้งๆที่รู้ว่าพวกกูชาววิเศษไชยชาญเป็นเพียงหมากตัวเล็กๆบนกระดานแห่งอำนาจ

“กูใช้ดาบฆ่าคนที่สมควรฆ่า ไม่ใช่เรื่องผิด แต่ในชีวิตกูไม่เคยคิดจะต้องมาฆ่าคนบ้านเดียวกัน ฆ่าคนทีไม่เคยรู้จัก ฆ่าโดยที่ไม่มีเรื่องแค้นเคืองอาฆาต …. ในวันนั้นเป็นวันที่กูได้เห็นความจริง ชนะเป็นเจ้า แพ้เป็นโจร ดาบใครคมและไวกว่า นั้นแหละคือบทพิสูจน์ของอำนาจ

“อยุธยาเงียบลงแล้วจากเสียงประดาบ เป็นความเงียบงันที่แลกมาด้วยเลือด เลือดที่กูมีส่วนร่วมในการฆ่ากันระหว่างลูกพี่ลูกน้อง ลูกของพระเจ้าแผ่นดินที่กูบูชา..”

“จะมีใครหน้าไหนจะกล้าคิดว่าปีนั้น แผ่นดินจะมีกษัตริย์ขึ้นครองราชย์ถึงสองพระองค์ มันคงเป็นอาเพศ กูว่าเงาร้ายของดาวหางยังครอบงำชะตาเมือง ผู้คนแบ่งฝ่ายแตกแยก มันเริ่มแยกมาจากที่นั้น-จากยอดมงกุฎของแผ่นดิน

“กูไม่อยากคิด อำนาจจะมีพลังเหนือกว่าเลือดพี่น้องร่วมท้อง กูขอภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อย่าให้ต้องมีส่วนร่วมกรรมครั้งนี้เลย เลือดวิเศษไชยชาญไม่ฆ่ากันเอง คนเฒ่าคนแก่พูดต่อกันมาตั้งแต่-โครตเหง้า กูโล่งใจ อยุธยาไม่ต้องหลั่งเลือดครั้งนี้ เพราะพี่น้องเห็นแก่สายโลหิตมากกว่าอำนาจ”

“มันเป็นภาพที่สะเทือนใจนัก ถ้าพวกมึงได้เห็น แม้นแต่ผ้าเหลืองยังคุ้มครองคนดีไม่ได้ กูเศร้าใจนัก ทำไม่กูต้องตัดสินใจเยี่ยงนี้ กูไม่เคยอยากมีส่วนร่วม  กูเป็นข้าราชการหัวเมืองเล็กๆ ในชีวิตราชการหวังมีโอกาสสนองคุณแผ่นดิน ไม่ใช่เรื่องแย่งชิงอำนาจส่วนตัว ใจกูมันขลาด เห็นแก่ยศตำแหน่ง ตอนแรกกูหมดใจ ท้ออย่างที่ไม่เคยเป็น ทุกเรื่องทุกราวในอยุธยา ยิ่งตอกย้ำให้กูมั่นใจ มันเป็นจริงอย่างที่กูคิด หามีใครรักแผ่นดินจริงๆไม่  มันคิดถึงแต่อำนาจของตนเอง….”

“กูอยากจะบอกต่อพวกมึง ว่าแผ่นดินมันกำลังอ่อนแอ อ่อนแออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหมือนเรือนใกล้จะพัง คานใกล้จะขาด เสาผุกร่อนเพราะปลวกมอดมันเจาะกินใน ถ้าพวกเราไม่ช่วยกัน วันหนึ่งถ้าวันหนึ่งมันต้องเผชิญกับพายุร้าย  แม้นแรงเพียงนิด มันก็ไม่แคล้วต้องพังสลายลง”

“กูมาที่ถึงนี่ด้วยใจที่รักแผ่นดิน แผ่นดินที่เราถือกำเนิด แผ่นดินที่โอบอุ้มเถ้ากระดูกของปู่ย่าตาทวด แผ่นดินที่บรรพบุรุษของเรา เอาชีวิตและเลือดเนื้อปกป้องมา  วันนี้กูมองเห็นแต่ความเสื่อมสลาย ความโทรมทรุดอันเกิดจากความเห็นแก่อำนาจส่วนตัว มากกว่าความรักบ้านเมืองอย่างจริงใจ”

“ความห่วงใยแผ่นดินปลุกให้กูลุกขึ้นมาทุกวัน ลุกขึ้นมาเพื่อบอกกับลูกหลานว่า เราต้องดูแลตัวอง ดูแลบ้านเกิดของตัวเอง ดูแลวิเศษไชยชาญ แต่งานใหญ่เพียงนี้ไม่อาจจทำให้สำเร็จได้ด้วยใครคนใดคนหนึ่ง กูพยายามส่งผ่านความคิดของกู ไปยังผู้ที่มีจิตใจรักแผ่นดิน  กูมีความหวังว่าความคิดของกูคงไม่โดดเดี่ยว แล้วกูก็มีความหวังว่า ความห่วงใยบ้านเกิดจะปลุกให้ทุกคนตื่นขึ้นมาพร้อมกัน เราต้องพร้อมที่จะสู้เพื่อบ้าน สู้เพื่อวิเศษไชยชาญ”

“กูมีความเชื่อมั่นเสมอในสิ่งที่กูทำ ในวันนั้นกูอิ่มใจ พลังของกูมีเต็มเปี่ยม กูพร้อมแล้วที่จะหล่อหลอม ๔๐๐ นี้ให้เป็นใจดวงเดียว ”

ทำสิ่งที่ยากแสนยากให้สำเร็จ  อาศัยคาถาเพียงสี่คำ…” ร่วม แรง ร่วม ใจ” และคาถาอีกสองคำ ” แลกชีวิต

“พวกมึงทุกคนจงจำไว้นะว่า ดาบทุกเล่มมีความตายสิงสู่อยู่บนคมของมัน ต่อให้ใจมึงหาญอย่างเสือ เนื้อหนังมึงก็ทานทนมันไม่ได้ มีแต่ศาสตร์อาถรรพ์ที่ครูบาอาจารย์ถ่ายทอดมาแต่โบราณเท่านั้นถึงจะช่วยพวกมึงได้ ”

“กูสอนพวกมัน ทั้งคมดาบ คมความคิดและคมร้ายของอาคม แต่เหมือนผีบังตา กูกลับลืมสอนตัวกูเอง ความชะล่าของใจกู ความเขลาของกูนั้นเองที่ทำให้กูอ่านใจคนไม่ทะลุ”

“กูปลาบปลื้มแทนแผ่นดินนัก สิ่งที่พวกมึงตัดสินใจในวันนี้คือ ย่างก้าวแรกของความกล้าหาญ เป็นบทพิสูจน์ของหัวใจที่เสียสละ พวกเราไม่ใช่ทหาร พวกเราเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่พร้อมจะสำแดงความรักและหวงแหนผืนแผ่นดินโดยไม่หวังลาภยศสรรเสริญ ลูกหลานวิเศษไชยชาญทุกคนจะจำความห้าวหาญของพวกมึงไว้เป็นเยี่ยงอย่าง  พวกมึงจะจำเอาไว้ว่าวันนี้เราจะไม่รบเพื่อวิเศษฯ แต่ดาบของเราจะรบกับศัตรูเพื่อแผ่นดินแม่”

“ในวันนั้นกูตัดสินใจเด็ดขาด ขุนน้ำขุนนางจะคิดอย่างไร จะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างไรกูไม่สนใจ แผ่นดินเป็นนายกู กูต้องไป

“กูรู้ หลายชีวิตในวิเศษฯ กำลังตกอยู่ในห้วงทุกข์ แต่ในขณะที่แผ่นดินกำลังเดือดร้อน จะให้พวกเราดูดายได้อย่างไร เราตัดสินใจทั้งที่รู้ว่าสงครามหาใช่เรื่องสนุกคะนอง และสนามรบก็ไม่ใช่ที่จะแสดงอวดใครว่ากูเก่ง กูกล้า  ความตายนั้นแหละคือ-ของจริง  มันอาจจะเฝ้ารอเราอยู่ที่นั้น ”

“ในห้วงศึกห้วงสงคราม พวกมันยังหาได้สำนึกไม่  ยังคิดเอาประโยชน์เข้าตัว  พวกมันยังไม่สำเหนียงอีกหรือ ว่าถึงเพลาแล้วที่จะละความคิดส่วนตัว และถวายชีวิตเพื่อปกป้องแผ่นดิน” – เจ้าคุณรัตนาธิเบศร์

สงครามเป็นเบ้าหลอมให้ทุกคนคิดแบบเดียวกัน  กูว่าแผ่นดินดูมีค่าขึ้นในยามศึก ในเพลานั้นเจ้าคุณรัตนาธิเบศร์เป็นคนสำแดงให้กูเห็น”

“กูขอเตือนใจมึงไว้ว่า เรากำลังทำเพื่อลูกหลาน เพื่อบ้านเมือง ทำเพื่อทุกคนที่อยู่บนแผ่นดินนี้ หัวใจมึงต้องรำลึกไว้ว่า ถ้าไม่มีบ้าน ก็ไม่มีวิเศษไชยชาญ เก็บน้ำตาของมึงไว้ให้มิด อย่าให้มันมาบั่นทอนน้ำใจของพวกเรา มึงจงจำเอาไว้ว่า สิ่งที่เราต้องเสียสละคือชีวิตเท่านั้น ไม่ใช่น้ำตา

“ดาบที่ดีก็ต้องเริ่มจากเหล็กที่ดี อย่างบ้านเมืองของเรา จะดีจะรุ่งเรืองได้ ก้ต้องมีคนดีเสียก่อน”

“แล้วศึกที่กูเคยคาดคิดไว้  ท้ายที่สุดก็กลายเป้นจริง กูถูกทอดทิ้งอย่างโดดเดียว ดีที่กูมีพี่น้องที่รักแผ่นดินยิ่งกว่าชีวิตร่วมตายเคียงข้าง”

“เรื่องราวทั้งหมดจบลงอนาจเกินว่าที่กูจะตัดใจ อย่าว่าแต่กูจะปกป้องผืนแผ่นดินเกิด เพียงแค่บ้านเล็กๆและคนที่กูรัก กูยังปกป้องไม่ได้

ประวัติศาสตร์ของชาติ

มักถูกเขียนด้วยเลือดของวีรชน

ขุนรองปลัดชูและกองอาสาจากวิเศษไชยชาญ ๔๐๐ คน

คือต้นธารแห่งจิตวิญญาณที่เสียสละของชาวบ้านธรรมดา

ผู้มีสิทธิ์รักและหวงแหนแผ่นดิน

ได้เท่าชนชั้นปกครอง

แต่น่าเสียดายนัก

ที่พวศษวดารบันทึกเรื่องราวของพวกท่าน

ไว้เพียงแค่ ๒ บรรทัด

………………………….

แม้นไม่มีใครรู้ แต่เรารู้ รู้ว่าเรานั้นทำเพื่อใคร

ไม่ว่าวันพรุ่งนี้มันจะเป็นเช่นไร ก็จะไม่เสียใจกับสิ่งที่เราได้ทำ

ฟ้าและดินไม่เห็น ไม่เป็นไรไม่ได้หวังให้ใครจดจำ

แม้นยากเย็นแค่ไหน ไม่เคยบ่นสักคำ

ไม่มีใครจดจำแต่เราก้ยังภูมิใจ

จะปิดทองหลังองค์ปฎิมา จะยอมรับโชคชะตาไม่ว่าดีร้าย

ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า ถึงเวลาก็ต้องไป เหลือไว้แต่คุณงามความดี

ขอเทิดทูนศักดิ์ศรียิ่งสิ่งใด แม้นแต่ลมหายใจก็ยอมพลี

โลกยังไม่สิ้นหวัง ถ้ายังมั่นในความดี

ศรัทธาไม่มีหน่ายหนี คนดีไม่มีวันตาย

— คนดีไม่มีวันตาย —

 

 

 

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , , , ,