RSS

Monthly Archives: มกราคม 2018

Last glimpse of Chaopraya.

Last glimpse of Chaopraya.

เย็นวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ถ่ายจากห้องทรงงานชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ศิริราชพยาบาล

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

เย็นศิระ เพราะพระบริบาล

เย็นศิระ เพราะพระบริบาล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงกำลังพระราชทานสอนคุณพ่อ แต่เราจำไม่ได้ว่าในภาพนี้คือเรื่องอะไร แต่สถานที่คือ พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ ในช่วงที่ทรงประชวรหนัก และประทับรักษาพระอาการประชวรอยู่นานมมากที่ พระตำหนักภูพิงค์ฯ แต่ขณะที่ทรงประชวร ก็ยังทรงงานไม่ยอมพักผ่อนพระวรกายเลย เหมือนอย่างที่ พลตำรวจเอก วศิษฐ์ เดชกุญชร ท่านเล่าในรายการ ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ เมื่อไม่กี่วันนี้

ครั้งนั้นประชวรหนัก ประทับพระตำหนักภูพิงค์ฯ นานมาก นานมากจนเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณพ่อตัดสินใจมีบ้านที่เชียงใหม่อีกหลัง

และในการนี้ ขอบันทึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่เราเคยได้รับจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมัยนั้นที่คุณพ่อรับเราเป็นลูกบุญธรรม จะเจ็บจะป่วย พ่อจะพาเข้าวังสวนจิตรลดา ไปพบแพทย์หลวง พ่อทำเรื่องไว้ที่กองการแพทย์หลวง ว่าเราเป็นลูกสาว ใช้เบิกตามสิทธิของพ่อ นั้นหมายความว่า ไม่ว่าเราจะเจ็บป่วยกี่ครั้งกี่หน จะไม่ต้องเสียเงินสักบาท ถ้าเข้าวังมาหาหมอหลวง และถ้าป่วยมาก หมอหลวงจะทำเรื่องส่งตัวไปศิริราชหรือที่ไหนตามแต่แพทย์จะเห็นสมควร

นั้นหมายความว่า ยาทุกเม็ดที่เรากิน คือพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ หมอทุกท่านที่ตรวจ คือ พระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

บุญคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเรา คือ พระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทั้งหมอ ทั้งยาพระราชทาน และบุญคุณที่สอง คือ พ่อแม่ผู้ให้กำเนิด และพ่อแม่บุญธรรมที่ชุบเลี้ยง ตลอดจนนำพาชีวิตเราให้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จนหายป่วยไปทุกครั้ง

จนวันหนึ่ง ทำประกันสุขภาพ เวลาป่วยไข้จึงไม่อยากรบกวนคุณพ่อ เกรงใจมากๆ และไม่อยากให้พระเจ้าอยู่หัวต้องเสียพระราชทรัพย์กับค่ารักษา ค่ายาของเราอีก คิดได้อย่างนั้น พอป่วยก็เริ่มไปโรงพยาบาลเอกชน ไปครั้งแรกก็เจอ คุณหมอระพีพล จำได้ว่าคิดค่า doc fee ครั้งแรกแค่ครั้งเดียว หลังจากนั้นผ่านไปอีกเกือบ 20 ปี ไม่เคยคิดเงินเราเลยสักบาท

สำหรับเรา จึงมีอยู่ 3 บุญคุณที่ยิ่งใหญ่ คือ1) พระมหากรุณาธิคุณ 2) บุญคุณพ่อแม่บังเกิดเกล้า และพ่อแม่บุญธรรมที่ชุบชีวิต 3) บุญคุณคนที่ดูแลสุขภาพชีวิตเรามาด้วยความบริสุทธิ์โดยไม่เคยหวังสิ่งตอบแทนมายาวนาน

สำหรับเด็กกำพร้าพ่อและบ้านแตกสาแหรกขาดและป่วยด้วยอย่างเรา ทั้งสามบุญคุณจึงสำคัญมาก มีชายคาบ้านให้อาศัยอย่างอบอุ่น มีความรัก ความเมตตา มีหยุกยาอย่างดี มีหมอหลวงดูแล หรือกระทั่งป่วยโรคหัวใจต้องสวนจี้ไฟฟ้าหัวใจ คุณพ่อกราบบังคมทูลขอพระกรุณา ใช้เครื่องสวนหัวใจเครื่องที่เพิ่งนำเข้ามาเพื่อถวายการรักษาพระเจ้าอยู่ พระองค์ท่านก็พระราชทานพระบรมราชานุญาติ และยังพระราชทานแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้อีกด้วย

ถึงเราจะเป็นแค่ลูกบุญธรรม แต่ลูกแท้ๆของท่าน มักจะบ่นน้อยใจเสมอว่า เราเป็นคนเดียวที่คุณพ่อต้องรีบกลับมาจากตามเสด็จฯแปรพระราชฐาน เพื่อพาเราไปหาหมอในวังสวนจิตรฯ เป็นแบบนี้อยู่ตลอด นอกนั้ยคุณพ่อให้ขับรถไปเอง เพราะถือว่าเป็นลูกชาย ดูแลตัวเองกันได้

เรารู้ดีว่าได้รับความกรุณาจากทั้งคุณพ่อ คุณแม่มาก เพราะถ้าคุณพ่อกลับมาไม่ได้จริงๆ คุณแม่นี่แหละจะพาไปเอง

จนมาถึงเปลี่ยนมือไปเป็นคุณหมอระพีพลดูแลเรื่องสุขภาพ ดูแลเอาใจใส่ชนิดที่เรียกว่า ครั้งไหนที่หมอคนอื่นจะลงความเห็นว่า ไม่ไหวมั้ง เอาเถอะ หมอระพีพลยื้อได้ ไม่เป็นอะไร ไม่ตาย

บางครั้งก็มานั่งคิดว่า .. ในความบกพร่องขาดๆเกินๆของชีวิต ยังมีความโชคดี และ ดีอย่างเหลือล้นอีกด้วยที่เกิดขึ้นในชีวิต ต้องทำบุญอะไรไว้ถึงจะเจอผู้มีบุญคุณใหญ่สุดในชีวิตแบบนี้

ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตราบจนวันสิ้นลมหายใจ

มีทุกอย่างที่ดีเพราะใคร_ฉันจะไม่ลืม

 

ป้ายกำกับ: , , ,

วัดถ้ำขาม

Photo taken by Me,

นึกถึงสมัยเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ที่ได้ยินผู้ใหญ่เล่าสู่กันฟังเสมอในยามที่อยู่สกลนคร ท่านๆเล่ากันว่า ปกติสมเด็จฯทรงสนทนาธรรมกับพระเกจิอาจารย์สายพระป่าในจังหวัดทางภาคอีสานอยู่เป็นประจำ และมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ติดอยู่ในใจของทุกท่านที่ได้อยู่ในวันนั้นด้วย นั้นคือ เรื่องที่พระเกจิผู้ใหญ่ท่านนั้น ได้กราบบังคมทูล สมเด็จฯ ในเรื่องการเลี้ยงไหม การทอผ้าไหม…-นั้นเป็นบาป ไหมแต่ละตัวก็เท่ากับหนึ่งขีวิต และผ้าไหมแต่ละผืนต้องใข้ไหมเท่าไหร่

สมเด็จฯตรัสว่า งานทอผ้าไหมทำให้ชาวบ้านมีงานทำเป็นอาชีพเสริมหารายได้ช่วยครอบครัว และผ้าไหมไทยมีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของต่างชาติอย่างมาก ถ้าจะต้องบาป แต่ชาวบ้านมีงานทำ พระองค์ท่านจะทรงแบกรับบาปทั้งหมดนั้นไว้ด้วยพระองค์เอง

หลังจากนั้นอีกนาน ก็เคยมีคนถามว่า ทราบมั้ยว่า พระเกจิอาจารย์ท่านนั้นคือองค์ไหน เราตอบว่าไม่กล้าจะเจาะจงหรอกค่ะ แต่..ทุกเดือนผู้แทนพระองค์สมเด็จฯ จะต้องเชิญดอกไม้ เครื่องหอมมาสักการะ ณ สถานที่แห่งนี้เป็นประจำ ไม่เคยขาดเลย ยิ่งทำให้เรารู้สึกตลอดเวลาว่า พระราชภาระในพระราชหฤทัยที่ทรงแบกรับไว้นั้นหนักอึ้ง แต่เพื่อประโยชน์สุขของราษฏร ทุกข์และบาป พระองค์ท่านทรงแบกรับไว้ส่วนลึกอยู่ตลอดเวลา

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

 

ป้ายกำกับ: , ,

จะหาไหนมาเทียม โอ้เจ้าดวงเดือนเอย

ฟ้อนลาวดวงเดือนพระราชทาน ในความทรงจำ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ณ ลานคำหอม พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ แห่งนี้ มีโอกาสและบุญตาที่ได้เห็นการความตระการตาในงานผ้าไหมในฤดูหนาวเท่านั้นยังไม่พอ ยังได้ชมการฟ้อนลาวดวงเดือนพระราชทาน ณ ลานคำหอมแห่งนี้

และหลังจากวันนั้นยังไม่เคยเห็นการฟ้อนลาวคำหอมที่ติดตราตรึงใจขนาดนั้นอีกเลยตราบจนวันนี้ ช่างฟ้อนอยู่ในชุดสาวภูไท หนึ่งในชาติพันธุ์ชนกลุ่มหนึ่งของจังหวัดสกลนคร ท่วงท่าร่ายรำฟ้อน เนิบนาบ สง่างาม อ่อนหวาน รัญจวนใจแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความเศร้าของการพลัดพรากจากคนที่รัก ลาวดวงเดือน สื่อความหมายถึง ความรักที่ไม่สมหวัง รักมากแต่ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้ รักมากแต่ต้องจำใจจาก รักมากเมื่อไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทุกข์ทรมานจนตรอมใจตายในที่สุด

ท่ารำจะคล้ายการฟ้อนเล็บของชาวเหนือ ความอ่อนช้อยของท่ารำ ผนวกกับดวงหน้าอันนิ่งเหมือนจะเฉยชามีแต่แววตาที่อ่อนหวานแต่เศร้าสร้อยของช่างฟ้อน ดวงตาที่ระยิบระยับเป็นประกายคล้ายมีน้ำตาคลออยู่ตลอด เมื่อต้องแสงตะไลที่ถูกจัดวางไว้อย่างมากมายโดยรอบ นั้นแหละคือมนต์สะกดให้ลืมไม่ลง และบทเพลงลาวดวงเดือนในค่ำคืนอันเหน็บหนาววันนั้น นอกจากผู้ขับร้องจะเป็นชาย น้ำเสียงทุ่มเย็น การเอื้อนต่างๆจะตรงตามแบบที่สมเด็จฯทรงโปรดทุกประการ สื่อความหมายของบทเพลงออกมาได้กินใจแล้วนั้น สำเนียงของเครื่องดนตรีในคืนนั้น เสียงแคนจะนำโดดเด่นเหมือนในคลิปนี้จากยูทูปที่หยิบมาให้ฟัง แต่การให้จังหวะจะเนิบอ้อยสร้อยกว่านี้นิดหน่อย

เวอร์ชั่นนี้เหมือนการบรรเลงลาวดวงเดือนในค่ำคืนนั้นอย่างที่สุดแล้วค่ะ จะหาไหนมาเทียม โอ้…เจ้าดวงเดือนเอย https://youtu.be/KyuLIUzDWhM

 

ป้ายกำกับ: , , ,

คิดถึงสมเด็จฯ

คิดถึงสมเด็จฯ ทรงพระสิริโฉมงดงามเหลือเกิน รอยแย้มสรวลของสมเด็จฯ หวานจับใจ ส่วนคุณๆ ที่แต่งชุดสาวภูไท เพื่อเตรียมฟ้อนลาวดวงเดือน นึกย้อนๆ ประมาณสมัยคุณดวงพร ศ. โน้นเลยเชียวนะ นานมากๆ

 

ป้ายกำกับ: , , ,

คิดถึงสมเด็จฯ

คิดถึงสมเด็จฯ ทรงพระสิริโฉมงดงามเหลือเกิน รอยแย้มสรวลของสมเด็จฯ หวานจับใจ ส่วนคุณๆ ที่แต่งชุดสาวภูไท เพื่อเตรียมฟ้อนลาวดวงเดือน นึกย้อนๆ ประมาณสมัยคุณดวงพร ศ. โน้นเลยเชียวนะ นานมากๆ

 

ป้ายกำกับ: , , ,