RSS

Tag Archives: พระพุทธศาสนา

การบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ

ประเทศไทย กำลังเกิดวิกฤตการณ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และเกิดการแตกแยกของคนในชาติอย่างกว้างขวาง เพราะรัฐไม่ใช้หลักธรรมในการปกครองบ้านเมืองและประชาชนไม่เข้าหลักธรรมที่จะใช้ในการมีส่วนร่วมทางการเมือง

พื้นฐานอันเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย คือการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีส่วนร่วมนั้นต้องเป็นไปอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ

การมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้หมายถึงการมีส่วนร่วมในการกระทำที่ไม่ดี แต่หมายถึงการมีส่วนร่วมในการกระทำดี มีส่วนร่วมในการสอดส่องเพื่อป้องกันการกระทำที่ไม่ดี และอยู่บนพื้นฐานความบริสุทธิ์ใจต่อสังคมส่วนรวม

หลักธรรมของพระพุทธศาสนาทั้งหมด ได้รวมเข้ามาอยู่ในหัวใจของพระพุทธศาสนา

หัวใจของพระพุทธศาสนาคือ การกระทำดี การละเว้นการกระทำที่ไม่ดี และความจริงใจที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง

การกระทำดี มีทั้งแนวดิ่ง และแนวระดับ

 
การกระทำดี ในแนวดิ่ง มี ๓ ระดับ คือ การกระทำดีระดับธรรมดา การกระทำดีขั้นสูงและการกระทำดีระดับปรมัตถ์ 

การกระทำดีระดับธรรมดา คือ การกระทำดีธรรมดาทั่วไป

การกระทำดีขั้นสูง คือ การกระทำดีที่ต้องมีการเสียสละบางอย่างของตนออกไป 
การกระทำดีระดับปรมัตถ์ คือ การเสียสละชีวิตเพื่อการกระทำดี

การกระทำดีแนวระดับ มี ๒ ระดับ ระดับแรก คือ ตนเองกระทำดี ระดับที่สอง คือ นอกจากตนเองกระทำดีแล้ว ยังต้องส่งเสริมให้คนอื่นกระทำดีด้วย หรือการส่งเสริมให้คนอื่น ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำดี และนี่คือการมีส่วนร่วมที่สำคัญประการแรกในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง อันเป็นพื้นฐานของการมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ
การละเว้นการกระทำที่ไม่ดีนั้น ในพุทธศาสนาได้กำหนดเป็นข้อห้ามไว้ เรียกว่าศีล

ซึ่งมีทั้งแนวดิ่งและแนวระดับ

การละเว้นการกระทำที่ไม่ดีในแนวดิ่ง แบ่งออกเป็น ๓ ระดับ คือ จุลศีล มัชฌิมศีล และ มหาศีล
จุลศีล เป็นข้อห้ามสำหรับบุคคลธรรมดาทั่วไป

มัชฌิมศีล เป็นข้อห้ามสำหรับผู้ที่ปฎิบัติอย่างเคร่งครัด

มหาศีล สำหรับพระภิกษุสงฆ์ เป็นข้อห้ามระดับปรมัตถ์เพื่อเข้าสู่การเป็นอริยบุคคล
การละเว้นการกระทำที่ไม่ดีในแนวระดับ มี ๒ ระดับ ระดับแรก คือ ตนเองละเว้นการกระทำที่ไม่ดี ระดับที่สอง คือ นอกจากตนเองละเว้นการกระทำที่ไม่ดีแล้ว ยังต้องส่งเสริมให้คนอื่นละเว้นการกระทำที่ไม่ดีด้วย หรือส่งเสริมให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในกรป้องกันการกระทำที่ไม่ดี

ซึ่งสอดคล้องกับระบบเกียรติศักดิ์ของโรงเรียนนายร้อยเวสต์ปอยต์ของสหรัฐอเมริกา ที่กล่าวว่า “เราจะไม่พูดปด คดโกง หรือขโมย และจะไม่ยอมให้ผู้ใดกระทำเช่นนั้นเป็นอันขาด” และนี่คือการมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง เป็นพื้นฐานของการมีส่วนร่วมที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพอีกประการหนึ่ง

ความจริงใจที่บริสุทธิ์ผ่องแผ้ว หมายถึง ในการกระทำดี และการละเว้นการกระทำที่ไม่ดีต้องเป็นไปโดยจริงใจบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ซึ่งมีอยู่ ๒ ระดับเช่นกัน ระดับแรกคือ ตนเองมีความปรารถนาดี ซื่อสัตย์ และจริงใจบริสุทธิ์ผ่องแผ้วต่อผู้อื่น ระดับที่สอง คือนอกจากตนเองมีความปรารถนาดี ซื่อสัตย์และจริงใจบริสุทธิ์ผ่องแผ้วต่อผู้อื่นแล้วยังต้องส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้อื่นได้มีความปรารถนาดี ซื่อสัตย์ และจริงใจบริสุทธิ์ผ่องแผ้วต่อกันและกัน

และนี่คือหัวใจ หรือจิตวิญญาณ หรืออุดมการณ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นหัวใจของการสร้างความสมานฉันท์ ทำให้เกิดความสามัคคีของคนในชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน


สรุปคือ หัวใจของพระพุทธศาสนา ถือเป็นหัวใจของการมีส่วนร่วมที่สมบูรณ์แบบที่สุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ของชาติ ที่จะทำให้ปัญหาการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สามารถแก้ไขโดยหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ความแตกแยกของผู้คน ก็จะได้รับการสมานฉันท์โดยหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หัวใจของพระพุทธศาสนา คือ ความสมานฉันท์ และเป็นหัวใจของสันติภาพ

การที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับที่ผ่านมา ได้กำหนดให้พระมหากษัตริย์ต้องเป็นพุทธมามะกะ ก็เพื่อกำหนดให้พระมหากษัตริย์ได้ทรงใช้หลักทศพิศราชธรรมในการปกครองบ้านเมือง ซึ่งหลักทศพิศราชธรรม คือหลักทศบารมีของพระโพธิสัตว์ในพระพุทธศาสนา นี่คือตัวอย่างของการใช้หลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นหลักการปกครองบ้านเมืองผ่านพระมหากษัตริย์ เป็นการทำให้พระพุทธศาสนาอยู่เหนือกว่าองค์พระมหากษัตริย์ คือให้ใช้ในการปกครองบ้านเมือง มิใช่อยู่ใต้องค์พระมหากษัตริย์


 การกำหนดให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และระบุให้หัวใจพระพุทธศาสนาเป็นรากฐานของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จะเป็นการทำให้หลักธรรมของพระพุทธศาสนาอยู่เหนือระบอบประชาธิปไตย จะเป็นการทำให้หลักธรรมของพระพุทธศาสนาอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ การกล่าวเช่นนั้น แสดงให้เห็นถึงการไม่เข้าใจถึงหลักการดังที่กล่าวมาข้างต้น

 การที่กล่าวกันว่า การไม่บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญนั้นเพราะพระพุทธศาสนาอยู่เหนือรัฐธรรมนูญ การกล่าวเช่นนั้น แสดงให้เห็นถึงการไม่เข้าใจถึงหลักการดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น 

 การไม่บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ถือว่าเป็นการละทิ้งพระพุทธศาสนาส่วนการบรรจุคำว่า รัฐต้องอุปถัมภ์พุทธศาสนา แสดงให้เข้าใจได้ว่า หากรัฐไม่ให้การสนับสนุนพระพุทธศาสนาแล้ว จะทำให้พระพุทธศาสนาอยู่ไม่ได้ พระพุทธศาสนาจึงกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งที่รัฐต้องแบกรับ ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว พุทธศาสนาต่างหากที่ต้องช่วยอุปถัมภ์รัฐในการปกครองบ้านเมือง เพื่อให้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นไปอย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพ ถูกต้องตามหลักธรรม อันจะทำให้ประเทศชาติเกิดความสมานฉันท์ เกิดสันติภาพและสันติสุข

วัตถุประสงค์หลักของการบรรจุให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ มิใช่เพื่อนำพุทธศาสนาไว้สักการบูชา หรือมิใช่เพื่อให้รัฐจำเป็นต้องดูแลพระภิกษุสงฆ์ หรือมิใช่เพื่อให้พระพุทธศาสนามีความเจริญกว่าศาสนาอื่น    แต่เป็นไปเพื่อให้หลักธรรมของพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาของคนส่วนใหญ่ ได้ถูกนำมาเป็นหลักในการปกครองบ้านเมือง โดยรัฐต้องน้อมนำหลักธรรมของพระพุทธศาสนามาเป็นหัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของประเทศ

นอกจากนั้นแล้ว รัฐควรส่งเสริมให้ทุกชนชาติมีศาสนาประจำชาติ เพื่อให้ชนชาตินั้น ๆ นำหลักธรรมของศาสนาในการปกครองบ้านเมือง ควรมีศาสนทูตเพื่อสร้างความสัมพันธ์ต่อกัน มีการแลกเปลี่ยนหลักศาสนธรรมของกันและกัน เป็นการสร้างปัญญาธรรมแก่โลกอันจะทำให้โลกเกิดสันติสุขและสันติภาพ ความขัดแย้งระหว่างศาสนาจะถูกแก้ไข

พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่แก้ไขปัญหาไม่ได้ เพราะรัฐไม่เข้าใจหลักธรรมของศาสนา ทั้งยังกลัวว่าจะมีการนำหลักธรรมของศาสนามาเกี่ยวข้องกับการปกครองบ้านเมือง การแก้ปัญหาจึงไม่สำเร็จ ทั้ง ๆ ที่หลักธรรมของศาสนาอิสลามหลายประการถือเป็นรากฐานที่สำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  เช่น เมื่อมุสลิมเห็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรม จะต้องบอกกล่าวออกมา เพราะถ้าหากไม่บอก เมื่อตายไป จะถูกพระผู้เป็นเจ้าถามว่า เมื่อเห็นสิ่งไม่ถูกต้องชอบธรรมแล้วทำไมไม่บอกกล่าวออกไป หากตอบไม่ได้ มุสลิมผู้นั้นจะถูกพระเจ้าลงโทษทันที

ดังนั้น มุสลิมจึงต้องโต้แย้งสิ่งที่ไม่ถูกต้องชอบธรรมเสมอ จึงทำให้ถูกมองว่าเป็นคนหัวรุนแรง  รัฐจึงมีอคติกับมุสลิม ทั้ง ๆ ที่นี่คือรากฐานที่สำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน และนี่ก็ตรงกับหัวใจของพระพุทธศาสนาในเรื่อง การมีส่วนร่วมในการป้องกันการกระทำที่ไม่ดี หลักการของทั้งสองศาสนานี้ เป็นไปในทำนองเดียวกันและถือเป็นรากฐานสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรัฐควรน้อมนำมาใช้ในการปกครองชาติบ้านเมือง

เมื่อพระพุทธศาสนาถูกบรรจุให้เป็นศาสนาประจำชาติแล้ว พระพุทธศาสนาจะถูกนำไปสู่แนวทางที่ถูกต้องเป็นไปตามหลักเหตุผล หลักวิทยาศาสตร์ หลักสากล ความหลงเชื่องมงายจะถูกแก้ไข จะไม่ถูกปล่อยปละละเลยให้เป็นไปตามยถากรรมอีกต่อไป

พระพุทธพจน์ “ บุคคล ไม่มีที่เคารพ ไม่มีที่ยำเกรง ย่อมอยู่เป็นทุกข์ ดูกร ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงมีตนเป็นเกาะ มีตนเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง จงมีธรรมเป็นเกาะ มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง”

ประเทศชาติ คือ ที่รวมของบุคคลทั้งหลาย ประเทศชาติที่กำลังมีปัญหาและเป็นทุกข์เพราะหันไปพึ่งแนวคิดของฝรั่งต่างชาติอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ได้คิดพึ่งตนเอง และไม่มีธรรมเป็นที่พึ่ง

การพึ่งตนเอง คือ การปฎิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระมหากษัตริย์ ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมในพระพุทธศาสนานั้นเอง

การพึ่งธรรม คือ  การบรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ และระบุให้ใช้หลักธรรมของพระพุทธศาสนา เป็นหัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ทั้งหมดนี้ คือรากฐานสำคัญ ที่จะทำให้รัฐและประชาชนสามารถร่วมกันพัฒนาประเทศชาติร่วมไปกับโลกาภิวัตน์ได้อย่างมั่นคง ยั่งยืน และแข็งแกร่งที่สุด

เจ้าของบทความ 

 

ป้ายกำกับ: ,