RSS

Category Archives: ศิลปะ วัฒนธรรม

วัดถ้ำขาม

Photo taken by Me,

นึกถึงสมัยเมื่อเกือบยี่สิบปีก่อน ที่ได้ยินผู้ใหญ่เล่าสู่กันฟังเสมอในยามที่อยู่สกลนคร ท่านๆเล่ากันว่า ปกติสมเด็จฯทรงสนทนาธรรมกับพระเกจิอาจารย์สายพระป่าในจังหวัดทางภาคอีสานอยู่เป็นประจำ และมีอยู่เรื่องหนึ่งที่ติดอยู่ในใจของทุกท่านที่ได้อยู่ในวันนั้นด้วย นั้นคือ เรื่องที่พระเกจิผู้ใหญ่ท่านนั้น ได้กราบบังคมทูล สมเด็จฯ ในเรื่องการเลี้ยงไหม การทอผ้าไหม…-นั้นเป็นบาป ไหมแต่ละตัวก็เท่ากับหนึ่งขีวิต และผ้าไหมแต่ละผืนต้องใข้ไหมเท่าไหร่

สมเด็จฯตรัสว่า งานทอผ้าไหมทำให้ชาวบ้านมีงานทำเป็นอาชีพเสริมหารายได้ช่วยครอบครัว และผ้าไหมไทยมีคุณภาพดีเป็นที่ต้องการของต่างชาติอย่างมาก ถ้าจะต้องบาป แต่ชาวบ้านมีงานทำ พระองค์ท่านจะทรงแบกรับบาปทั้งหมดนั้นไว้ด้วยพระองค์เอง

หลังจากนั้นอีกนาน ก็เคยมีคนถามว่า ทราบมั้ยว่า พระเกจิอาจารย์ท่านนั้นคือองค์ไหน เราตอบว่าไม่กล้าจะเจาะจงหรอกค่ะ แต่..ทุกเดือนผู้แทนพระองค์สมเด็จฯ จะต้องเชิญดอกไม้ เครื่องหอมมาสักการะ ณ สถานที่แห่งนี้เป็นประจำ ไม่เคยขาดเลย ยิ่งทำให้เรารู้สึกตลอดเวลาว่า พระราชภาระในพระราชหฤทัยที่ทรงแบกรับไว้นั้นหนักอึ้ง แต่เพื่อประโยชน์สุขของราษฏร ทุกข์และบาป พระองค์ท่านทรงแบกรับไว้ส่วนลึกอยู่ตลอดเวลา

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , ,

จะหาไหนมาเทียม โอ้เจ้าดวงเดือนเอย

ฟ้อนลาวดวงเดือนพระราชทาน ในความทรงจำ เมื่อสิบกว่าปีก่อน ณ ลานคำหอม พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ แห่งนี้ มีโอกาสและบุญตาที่ได้เห็นการความตระการตาในงานผ้าไหมในฤดูหนาวเท่านั้นยังไม่พอ ยังได้ชมการฟ้อนลาวดวงเดือนพระราชทาน ณ ลานคำหอมแห่งนี้

และหลังจากวันนั้นยังไม่เคยเห็นการฟ้อนลาวคำหอมที่ติดตราตรึงใจขนาดนั้นอีกเลยตราบจนวันนี้ ช่างฟ้อนอยู่ในชุดสาวภูไท หนึ่งในชาติพันธุ์ชนกลุ่มหนึ่งของจังหวัดสกลนคร ท่วงท่าร่ายรำฟ้อน เนิบนาบ สง่างาม อ่อนหวาน รัญจวนใจแต่ทว่าแฝงไว้ด้วยความเศร้าของการพลัดพรากจากคนที่รัก ลาวดวงเดือน สื่อความหมายถึง ความรักที่ไม่สมหวัง รักมากแต่ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้ รักมากแต่ต้องจำใจจาก รักมากเมื่อไม่ได้อยู่ด้วยกัน ทุกข์ทรมานจนตรอมใจตายในที่สุด

ท่ารำจะคล้ายการฟ้อนเล็บของชาวเหนือ ความอ่อนช้อยของท่ารำ ผนวกกับดวงหน้าอันนิ่งเหมือนจะเฉยชามีแต่แววตาที่อ่อนหวานแต่เศร้าสร้อยของช่างฟ้อน ดวงตาที่ระยิบระยับเป็นประกายคล้ายมีน้ำตาคลออยู่ตลอด เมื่อต้องแสงตะไลที่ถูกจัดวางไว้อย่างมากมายโดยรอบ นั้นแหละคือมนต์สะกดให้ลืมไม่ลง และบทเพลงลาวดวงเดือนในค่ำคืนอันเหน็บหนาววันนั้น นอกจากผู้ขับร้องจะเป็นชาย น้ำเสียงทุ่มเย็น การเอื้อนต่างๆจะตรงตามแบบที่สมเด็จฯทรงโปรดทุกประการ สื่อความหมายของบทเพลงออกมาได้กินใจแล้วนั้น สำเนียงของเครื่องดนตรีในคืนนั้น เสียงแคนจะนำโดดเด่นเหมือนในคลิปนี้จากยูทูปที่หยิบมาให้ฟัง แต่การให้จังหวะจะเนิบอ้อยสร้อยกว่านี้นิดหน่อย

เวอร์ชั่นนี้เหมือนการบรรเลงลาวดวงเดือนในค่ำคืนนั้นอย่างที่สุดแล้วค่ะ จะหาไหนมาเทียม โอ้…เจ้าดวงเดือนเอย https://youtu.be/KyuLIUzDWhM

 

ป้ายกำกับ: , , ,

คิดถึงสมเด็จฯ

คิดถึงสมเด็จฯ ทรงพระสิริโฉมงดงามเหลือเกิน รอยแย้มสรวลของสมเด็จฯ หวานจับใจ ส่วนคุณๆ ที่แต่งชุดสาวภูไท เพื่อเตรียมฟ้อนลาวดวงเดือน นึกย้อนๆ ประมาณสมัยคุณดวงพร ศ. โน้นเลยเชียวนะ นานมากๆ

 

ป้ายกำกับ: , , ,

คิดถึงสมเด็จฯ

คิดถึงสมเด็จฯ ทรงพระสิริโฉมงดงามเหลือเกิน รอยแย้มสรวลของสมเด็จฯ หวานจับใจ ส่วนคุณๆ ที่แต่งชุดสาวภูไท เพื่อเตรียมฟ้อนลาวดวงเดือน นึกย้อนๆ ประมาณสมัยคุณดวงพร ศ. โน้นเลยเชียวนะ นานมากๆ

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ความรัก ความผูกพันและพลังแห่งแรงศรัทธา

ณ ที่แห่งนี้ มีความรัก ความผูกพัน และ แรงศรัทธา

ถ้าสะพานแห่งนี้สามารถบูรณะได้แล้วเสร็จภายในอาทิตย์หน้าตามที่ตั้งใจไว้ นี่คือ มหัศจรรย์แห่งรักอย่างแท้จริง

ตลอดช่วงเวลาที่มีกระแสข่าวความไม่โปร่งใสในการจัดจ้างซ่อมสะพานมอญ มีเสียงมาให้ได้ยินมาบ้างว่า ปรกติชาวมอญไม่เคยลุกขึ้นมามีปากมีเสียงขนาดนี้มาก่อนเลยนะ ขนาดมีข้าราชการในพื้นที่แสวงหาประโยชน์กับพวกเขามาหลายต่อหลายเรื่อง ก็เห็นเงียบ เช่นเรื่องการให้สัญชาติกับชาวมอญ เป็นต้น

คนมอญกับพระพุทธศาสนา เป็นความเหนียวแน่นทางจิตวิญญาณอย่างสูงสุด คนมอญพลัดถิ่นที่มาอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทยตรงนี้ มีหลวงพ่ออุตตมะเป็นที่พึ่งพิงทางจิตวิญญาณและเอื้อเฟื้อให้อยู่อย่างถูกรังแกน้อยที่สุด

สมัยก่อนที่พ่อไปรอเข้าพบหลวงพ่ออุตตมะ ความจริงสิ่งหนึ่งที่เคยได้ยินกันหูตัวเองคือ จะหาชาวมอญที่ยอมสละละทิ้งพระพุทธศาสนาตามสิ่งยั่วยวนขิงลัทธิล่าอาณานิคมผ่านทางการศาสนา หายากหรือแทบไม่มีเลย

ทั้งที่ชาวมอญก็อยู่อย่างแร้งแค้น ไร้แผ่นดิน ไร้เอกราช อาจจะยอมรับความช่วยเหลือด้านอื่น แต่ไม่มีทางที่จะยอมเปลี่ยนศาสนา

นั้นคือคนมอญ ไม่ใช่พม่า

เมื่อสะพานมอญโดนสายน้ำพร้อมซากซุงพัดขาด เมื่อมีพ่อเมืองที่ล้อเล่นและดูแคลนกับแรงศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่ออุตตมะ เหยียบย้ำความรัก ความศรัทธา และยังมีความไม่ชอบมาพากลในการจัดจ้างบูรณะสะพานมอญแห่งนี้

ความเกรี้ยวกรวดของคนมอญในพื้นที่แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นั้นคือเสียงสะท้อนของพลังแห่งความศรัทธาอันมากมายจนคนทั้งประเทศได้ยิน

นี่คือคำตอบว่า ทำไมคนมอญถึงลุกขึ้นมามีปากมีเสียงให้ได้ยินค่ะ

IMG_9628.JPG

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

อาญารัก

image

เพราะ “บุญ” เคยทำ
ฤๅจาก “กรรม” ปางไหน 
ที่ทำให้ทุกชีวาต้องมาพบกัน 
ร่วมร้อยร่วมเรียง เรื่องราวที่ผูกพัน 
แต่ละคน…ต่างที่มา

ชดใช้เวรกรรม ที่เคยทำกันไว้ 
ได้เจอวันที่หวานชื่นคืนแห่งน้ำตา 
ไม่อาจฝืนเส้นทาง ถูกวางให้เกิดมา
ตามชะตา…เกิดเป็นใคร

ล่องเรือชีวิต ที่ลิขิตมาด้วยกัน
แต่ละวันแล้วแต่ “กรรม” พาไป 
ไม่มีใครรู้ จะสิ้นสุดลงที่ใด 
จุดจบที่ปลาย…ใครเศร้า…ใครสุขสันต์

ขอจงมั่นใจ ให้ความดีคอยคุ้ม 
สุขห่างหายทุกข์รายรุมล้อมอยู่ทุกวัน 
หมดเวรเมื่อไร หมดกรรมที่ผูกกัน 
อีกไม่นาน…คงได้ดี

ทำดีไว้…ต้องได้ดี

-อาญารัก

 

ป้ายกำกับ: , ,

คม ละคร อีสา

image

อีสา   “ดอกไม้ก็สวยอยู่แล้วนี่คะ แล้วจะเอามาร้อยมาลัยอีกทำไมกัน”

หม่อมพริ้ม   “ดอกไม้ที่อยู่บนต้นมันก็มีสวยบ้าง ไม่สวยบ้างตามประสา  แต่ถ้าเราเก็บมาร้อยมาลัย มันก็จะสวยงามเป็นระเบียบเสมอกัน”

อีสา   “แต่ถึงจะสวยยังไง สุดท้ายก็แห้งเหี่ยวแหง่แก๋”

หม่อมพริ้ม   “คนกับดอกไม้ก็เหมือนกัน วันหนึ่งก็ต้องมีแห้งเหี่ยวโรยรา แต่ก่อนที่จะแห้งเหี่ยวไป ก็ควรอยู่อย่างมีคุณค่า เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้พบเห็น”

คำคมจากบทสนทนาระหว่างหม่อมพริ้มและอีสา  จากละครเรื่อง “อีสา”

 

ป้ายกำกับ: , , , ,