RSS

Category Archives: วิถีไทย

ความรัก ความผูกพันและพลังแห่งแรงศรัทธา

ณ ที่แห่งนี้ มีความรัก ความผูกพัน และ แรงศรัทธา

ถ้าสะพานแห่งนี้สามารถบูรณะได้แล้วเสร็จภายในอาทิตย์หน้าตามที่ตั้งใจไว้ นี่คือ มหัศจรรย์แห่งรักอย่างแท้จริง

ตลอดช่วงเวลาที่มีกระแสข่าวความไม่โปร่งใสในการจัดจ้างซ่อมสะพานมอญ มีเสียงมาให้ได้ยินมาบ้างว่า ปรกติชาวมอญไม่เคยลุกขึ้นมามีปากมีเสียงขนาดนี้มาก่อนเลยนะ ขนาดมีข้าราชการในพื้นที่แสวงหาประโยชน์กับพวกเขามาหลายต่อหลายเรื่อง ก็เห็นเงียบ เช่นเรื่องการให้สัญชาติกับชาวมอญ เป็นต้น

คนมอญกับพระพุทธศาสนา เป็นความเหนียวแน่นทางจิตวิญญาณอย่างสูงสุด คนมอญพลัดถิ่นที่มาอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดนไทยตรงนี้ มีหลวงพ่ออุตตมะเป็นที่พึ่งพิงทางจิตวิญญาณและเอื้อเฟื้อให้อยู่อย่างถูกรังแกน้อยที่สุด

สมัยก่อนที่พ่อไปรอเข้าพบหลวงพ่ออุตตมะ ความจริงสิ่งหนึ่งที่เคยได้ยินกันหูตัวเองคือ จะหาชาวมอญที่ยอมสละละทิ้งพระพุทธศาสนาตามสิ่งยั่วยวนขิงลัทธิล่าอาณานิคมผ่านทางการศาสนา หายากหรือแทบไม่มีเลย

ทั้งที่ชาวมอญก็อยู่อย่างแร้งแค้น ไร้แผ่นดิน ไร้เอกราช อาจจะยอมรับความช่วยเหลือด้านอื่น แต่ไม่มีทางที่จะยอมเปลี่ยนศาสนา

นั้นคือคนมอญ ไม่ใช่พม่า

เมื่อสะพานมอญโดนสายน้ำพร้อมซากซุงพัดขาด เมื่อมีพ่อเมืองที่ล้อเล่นและดูแคลนกับแรงศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่ออุตตมะ เหยียบย้ำความรัก ความศรัทธา และยังมีความไม่ชอบมาพากลในการจัดจ้างบูรณะสะพานมอญแห่งนี้

ความเกรี้ยวกรวดของคนมอญในพื้นที่แบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นั้นคือเสียงสะท้อนของพลังแห่งความศรัทธาอันมากมายจนคนทั้งประเทศได้ยิน

นี่คือคำตอบว่า ทำไมคนมอญถึงลุกขึ้นมามีปากมีเสียงให้ได้ยินค่ะ

IMG_9628.JPG

Advertisements
 

ป้ายกำกับ: , , , ,

อาญารัก

image

เพราะ “บุญ” เคยทำ
ฤๅจาก “กรรม” ปางไหน 
ที่ทำให้ทุกชีวาต้องมาพบกัน 
ร่วมร้อยร่วมเรียง เรื่องราวที่ผูกพัน 
แต่ละคน…ต่างที่มา

ชดใช้เวรกรรม ที่เคยทำกันไว้ 
ได้เจอวันที่หวานชื่นคืนแห่งน้ำตา 
ไม่อาจฝืนเส้นทาง ถูกวางให้เกิดมา
ตามชะตา…เกิดเป็นใคร

ล่องเรือชีวิต ที่ลิขิตมาด้วยกัน
แต่ละวันแล้วแต่ “กรรม” พาไป 
ไม่มีใครรู้ จะสิ้นสุดลงที่ใด 
จุดจบที่ปลาย…ใครเศร้า…ใครสุขสันต์

ขอจงมั่นใจ ให้ความดีคอยคุ้ม 
สุขห่างหายทุกข์รายรุมล้อมอยู่ทุกวัน 
หมดเวรเมื่อไร หมดกรรมที่ผูกกัน 
อีกไม่นาน…คงได้ดี

ทำดีไว้…ต้องได้ดี

-อาญารัก

 

ป้ายกำกับ: , ,

ตลาดสุเทพ

image

image

image

อาหารพื้นบ้าน แต่ถ้าใครมาแถวนี้ตอนเช้าต้องแวะทานโจ๊กกาดต้นพยอมอันลือชื่อและค่อยแวะเข้าตัวตลาด หาซื้อสารพัดอาหารกลับไปทานต่อที่บ้าน

ร้านที่แวะมานี้ อาหารไม่แพง ตักถุงละ 10-15 บาทเท่านั้นเอง 

และข้อมูลกาดต้นพยอมจาก เชียงใหม่ดอทคอมค่ะ

ตลาดสุเทพ (ต้นพะยอม) แห่งนี้เก่าแก่หลายชั่วอายุคน เหตุที่เรียกตลาดต้นพยอม ในอดีตบริเวณนั้นคงจะมีต้นพะยอม หรือ ที่คนเมืองเรียก ต้นขะยอม ซึ่งเป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ มีดอกสีขาวส่งกลิ่นหอมไกล

เมื่อปี พ.ศ.2503 รัฐบาลได้มีมติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ พื้นที่ป่าพะยอมบริเวณเชิงดอยสุเทพดังกล่าว และมีการสร้างสนามบินในอีกหลายปีถัดมา เมื่อมีผู้คนหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น บรรดาพ่อค้าแม่ขายในละแวกนั้นจึงหอบกระบุงกระจาด เอาเห็ดป่า ของป่า อาหารการกินมานั่งขายบริเวณร่มไม้ใต้ต้นพะยอมใหญ่ 3 ต้น ใกล้ทางเข้าสนามบิน ตอนเย็นเมื่อนักศึกษาและคนทำงานเลิกงานก็จะมาแวะซื้อกัน และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นของ ‘ตลาดต้นพยอม’ ที่ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ โดยสังเกตได้จากภาพในอดีตที่คุณลุงบุญเสริม สาตราภัย ได้บันทึกไว้ เป็นภาพถนนสุเทพในปี พ.ศ.2513 ที่ยังคงมีต้นไม้น้อยใหญ่เรียงรายเต็มสองข้างทาง ราวกับป่ารก บริเวณฝั่งขวาของถนน ปัจจุบันคือคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ส่วนไม้ยืนต้นสูงชะลูดตรงสุดปลายถนนก็คือต้นพะยอมบริเวณหน้าตลาดต้นพะยอม ในปัจจุบัน

ตลาดสุเทพ (ต้นพะยอม) นั้นเป็นตลาดเก่าแก่ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสี่แยกที่จะขึ้นไปดอยสุเทพ ตลาดแห่งนี้มีของสารพัดที่ชาวบ้านจะนำมาขาย ทั้งอาหารสด ผัก ผลไม้ และอาหารสำเร็จรูปมากมาย เป็นตลาดที่ชาวบ้านจับจ่ายในวิถีชีวิตคนเมือง ปัจจุบันปรับเปลี่ยนเป็นตลาดสำหรับผู้มาเยือน โดยเฉพาะไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม แหนม แคบหมู ดอกไม้ ผลไม้เมืองหนาว และผลไม้ตามฤดูกาล สินค้าพื้นเมือง เป็นแหล่งรวมอาหารพื้นเมืองและของฝากจากเชียงใหม่ ที่ใหม่สด สะอาด อร่อยและราคาสมเหตุสมผล

 

ป้ายกำกับ: , , ,

คม ละคร อีสา

image

อีสา   “ดอกไม้ก็สวยอยู่แล้วนี่คะ แล้วจะเอามาร้อยมาลัยอีกทำไมกัน”

หม่อมพริ้ม   “ดอกไม้ที่อยู่บนต้นมันก็มีสวยบ้าง ไม่สวยบ้างตามประสา  แต่ถ้าเราเก็บมาร้อยมาลัย มันก็จะสวยงามเป็นระเบียบเสมอกัน”

อีสา   “แต่ถึงจะสวยยังไง สุดท้ายก็แห้งเหี่ยวแหง่แก๋”

หม่อมพริ้ม   “คนกับดอกไม้ก็เหมือนกัน วันหนึ่งก็ต้องมีแห้งเหี่ยวโรยรา แต่ก่อนที่จะแห้งเหี่ยวไป ก็ควรอยู่อย่างมีคุณค่า เป็นที่เจริญตาเจริญใจแก่ผู้พบเห็น”

คำคมจากบทสนทนาระหว่างหม่อมพริ้มและอีสา  จากละครเรื่อง “อีสา”

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

เกสรทั้ง 9

25560715-163223.jpg

เกสรทั้ง 9

ในวันที่ “หดหู่ซ้ำซาก” จากสถานการณ์บ้านเมืองเกสรทั้ง 9 ช่วยบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์หลายอย่างได้ดี เพิ่งลองหยิบมาใส่ปากได้ 2 มื้อ รู้สึกว่าอาการจากความตึงเครียดลดลง

เป็น”ยาเย็น”ที่ให้ความสดชื่นได้ดี เป็นยาตำรับไทยโบราณที่คุณตา นำมาเข้าเครื่องยาอื่นๆ เคยได้ใช้มาแต่เด็กอยู่บ้าง

ยังแอบคิดต่อว่า ถ้ากินพร้อมกับ”โสมเย็น” จะดีมั้ย??

ปรกติกินโสมเย็นอยู่แล้ว กินโสมร้อนไม่ได้ แต่โสมเย็นก็ให้พลังงาน สมองปลอดโปร่ง ต้านความเครียดได้ดี มีกำลังวังชาเหลือเฟือ

แต่..ยังขาดคุณสมบัติชุ่มชื่นหัวใจแบบ”เกสรทั้ง 9″ ถ้ากินร่วมกันได้ในมื้อตื่นนอนคงจะดี อย่างนี้ต้องลองดู

ข้อมูลจาก ศูนย์สมุนไพรทักษิณ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร

http://herbal.pharmacy.psu.ac.th/index.php?option=com_content&task=view&id=41&Itemid=58

พิกัดเกสรทั้ง 9
สรรพคุณทางยา : กลิ่นหอม รสเย็นสุขุม บำรุงหัวใจให้ชื่นบาน แก้ร้อนใน กระหายน้ำ แก้ไข้ แก้ลมวิงเวียน แก้ตามัว ชูกำลัง แก้ลมทำให้หูอื้อ เป็นยาล้อมตับ ดับพิษ บำรุงตับ บำรุงปอดให้เกิดกำลัง

ตัวอย่างสมุนไพร :

1. ดอกมะลิJasminum sambac (L.) Ait. OLEACEAE

2. ดอกพิกุลMimusops elengi Linn. SAPOTACEAE

3. ดอกสารภีOchroearpus siamensis T. And. GUTTIFERAE

4. ดอกบุนนาค Mesua ferrea Linn. GUTTIFERAE

5. เกสรบัวหลวง Nelumbo nucifera GaerinNYMPHAEACEAE

6. ดอกจำปา Michelia champaca Linn. MAGNOLIACEAE

7. ดอกกระดังงาไทย Cananga odorata Hook.f.& Th. ANNONACEAE

8. ดอกลำเจียก Pandanus teclorius Bl. PANDANACEAE

9. ดอกลำดวน Melodorum fruticosum ANNONACEAE

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , ,

ภาษามีพลัง

25560629-171610.jpg

ภาษามีพลัง

“คนที่มีจิตใจดี ภาษาที่ใช้ก็จะเป็นภาษาสร้างสรรค์
ภาษาก่อประโยชน์ ภาษาสร้างความดี
เป็นวาจาสุจริต ทำให้คนได้ฟังได่อ่านมีความสุข
ประกอบกรรมดี สร้างประโยชน์ให้สังคมมนุษย์
ถ้าคนที่ใช้ภาษาเป็นคนที่มีจิตใจไม่ดี
ภาษาที่ใช่ก็จะเป็นไปในทางทำลาย
สร้างความเดือดร้อน เป็นวาจาทุจริต
ทำให้คนรอบข้างเป็นทุกข์ และสังคมเสืี่อมสลาย
ภาษาจึงสามารถสร้างสรรค์หรือทำลายสังคมมนุษย์ได้”

ที่มา วิวิธภาษา
Photo taken by Anne

 

ป้ายกำกับ:

มีแต่คนโบราณเขากินเป็น ร้อยคนจะมีสักคนที่กิน

25560516-164348.jpg

ไปตลาดเก่าแก่แห่งหนึ่ง ตรงดิ่งไปที่แผงขายผัก

“คุณยายคะ มีมะระขี้นกมั้ยคะ?”
“ไม่มีหรอกจ๊ะ ไม่ได้เอามาขาย มีแต่คนโบราณเขากินเป็น ร้อยคนจะมีสักคนที่กิน..”

สรุปว่าทั้งตลาดแทบไม่มีจริงๆ เราก็อุตส่าห์เดินตรงมาร้านคุณยายแก่ๆ หวังว่าจะมีขายนั้นแหละค่ะ สุดท้ายมาหาซื้อได้อีกร้านหนึ่ง ราคากิโลกรัมละ 50 บาท ในรูปนี้คั้นครึ่งกิโลกรัม ได้เป็นน้ำมะระประมาณ 180 cc

“หวานเป็นลม ขมเป็นยา” อากาศร้อนจัดแบบนี้ อย่างนัอยกลับจากทะเลหอบไข้หวัดแดดมาด้วย ดื่มน้ำมะาะขี้นกคั้นสดๆลดไข้ กระหายน้ำ เป็นยาระบาย ไข้ลดโดยไม่ต้องพึ่งยาแผนปัจจุบันเลยค่ะ

มะระขี้นกยังช่วยบรรเทาโรคหนักๆได้อีกหลายเชียวนะ เช่น เบาหวานเป็นต้น

อีกทั้งยังมีคุณสมบัติของ “คลอโรฟิลล์” จากความเขียว ที่ช่วยทั้งฟอกเลือดและผิวพรรณสดใสเปล่งปลั่งในราคาที่แสนถูกมากๆอีกด้วย

อย่ามองข้ามสิ่งดีๆที่ภูมิปัญญาท้องถิ่นของเรามี จนรู้สึกตกใจเมื่อเวลาที่คุณยายคนขายผักในตลาดบอกว่า “มีแต่คนโบราณเขากินเป็น ร้อยคนจะมีสักคนที่กิน..”

มะระขี้นก กินแล้วตาหวาน…ไขมัน…น้ำตาลลด แต่ต้องระวัง

http://m.thaihealth.or.th/healthcontent/article/23562

 

ป้ายกำกับ: , , ,