RSS

Category Archives: จับกระแสโลก

♡♡”จีนลดระบายน้ำจากเขื่อน ช่วยอุทกภัยในไทย”♡♡

image

ขอบคุณค่ะ รักปักกิ่งจังเลย
ดีใจที่รัฐบาลจีนตัดสินใจออกมาแบบนี้
เพราะ..น้ำแล้งหรือน้ำหลาก ที่ลุ่มแม่น้ำโขง
จีนจะโดนด่าทั้งขึ้นทั้งร่อง
หลายคนบอกว่า ให้รอฟัง คกก.ลุ่มน้ำโขง
แต่เราคิดในใจลำพังว่า…
จีนไม่ได้เป็นสมาชิก ภาคีลุ่มน้ำโขงนี่นา

คนที่เกลียดจีนก็จะพยายามประโคมให้สถานการณ์รุนแรง
ยำภาพเขื่อนสามผาที่กำลังเร่งระบายน้ำออกอย่างน่ากลัว
มาประกอบกับการ”เตือนเฝ้าระวัง”ในครั้งนี้
บ้างก็ว่า “เชียงแสนอ่วมแล้ว” ทั้งที่น้ำยังเท่าเดิม

พอจีนตัดสินใจมาแบบนี้ ค่อยหายใจโล่งดีนะคะ
แต่กับปริมาณน้ำที่อาจจะมากก็จริง
ความสูงของน้ำจะเพิ่มขึ้น 2 เมตรก็เถอะ
เชียงแสนยังรับไหว เพียงแต่ลำน้ำหลายสายจะต้องพากันเทลงสู้ลำน้ำโขงจากอุทกภัยภายในประเทศไทย ก็อาจจะเป็นเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด

●●แต่แค่ชะลอการระบายน้ำเท่านั้นนะคะ เพราะเขื่อนที่เชียงรุ่งน้ำมากมายมหาศาลยังอั้นไว้ ●●

เช้าวันที่ฝนก็กระหน่ำไม่ลืใหูลืมตาที่เชียงแสนเช่นกัน

♡♡”จีนลดระบายน้ำจากเขื่อน ช่วยอุทกภัยในไทย”♡♡

พอทางการจีนทราบว่า ขณะนี้ประเทศไทยฝนตกหนักและกำลังประสบภาวะน้ำท่วมหลายพื้นที่ ประกอบกับแม่น้ำส่วนใหญ่ที่อยู่ใน อ.เชียงแสน เป็นแม่น้ำสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง จึงชะลอการระบายน้ำออกจากเขื่อน เพียงวันละ 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที เหมือนเดิม และหากทางการจีนระบายน้ำในระดับนี้ ก็จะไม่ส่งผลกระทบกับราษฎรไทยที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง

อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาเชียงราย จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามระดับน้ำในแม่น้ำโขงอยู่ตลอด เพราะปริมาณน้ำในเขื่อนที่เมืองจิ่งหง ประเทศจีนนั้น มีประมาณมาก คาดว่าทางการจีนคงต้องระบายลงสู่แม่น้ำโขงในไม่ช้านี้

นายทรงกลด กล่าวอีกว่า ขณะนี้เฝ้าติดตามฟังความเคลื่อนไหวจากทางการจีน ถ้าหากมีการระบายน้ำออกจากเขื่อนจำนวนมาก มวลน้ำจากจีนจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วัน ถึงจะมาถึง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จะได้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางป้องกันช่วยเหลือราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำได้ทันการ

http:// http://www.thairath.co.th/content/448568

 
 

ป้ายกำกับ: , , , , , , ,

ไทย+สหรัฐ และ ไทย+จีน

1.เล่าประวัติศาสตร์การเมืองไทยยุค 2500 ดีกว่า เพราะมันเกี่ยวพันกับ “อินทรี” และ “มังกร” โดยมี “ขุนศึกไทย” 2 ขั้วเป็นตัวเดินเรื่อง

2.ตั้งแต่ปี 2485 สหรัฐฯ หวังให้ไทยเป็น “ป้อมปราการ” ต้านคอมมิวนิสต์ จึงหนุนขุนศึกไทย ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จในปี 2490

3.ก่อน 2500 จอมพล ป.เรืองอำนาจ เล่นบทการทูต 2 หน้า ด้านหนึ่งคบสหรัฐฯ อีกด้านหนึ่งส่งทูตลับเชื่อมไมตรี “ปักกิ่ง” หวังดึงปรีดีกลับไทย

4.ก่อน 2500 เกมชิงอำนาจระหว่างจอมพล ป.กับจอมพลสฤษดิ์ เข้มข้น โดยจอมพล ส.ส่งตัวแทนไปพบทูตสหรัฐฯ หยั่งเสียงเรื่องการทำรัฐประหาร

5.เหตุที่เกิดรัฐประหาร 16 ก.ย.2500 มาจากจอมพล ส.แตกหักจอมพลเผ่า ศรียานนท์ เจ้าพ่อตำรวจ และสหรัฐฯ ไม่พอใจจอมพล ป.จะผูกมิตรกับปักกิ่ง

6.จอมพล ส.ทำรัฐประหารซ้ำ 20 ต.ค.01 ด้วยเหตุผลเดียวคือ รับใช้นโยบายต่อต้านคอมมิวนิสต์ของสหรัฐฯ โดยมีทีมงานซีไอเอเป็นที่ปรึกษา

7.หลังจากยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ จอมพล ส.ก็เปิดฉากทำ “สงครามลับในลาว” หนุนช่วยนายพลพูมีและท้าวกระต่าย สู้กับคอมมิวนิสต์ลาวและเวียดนาม

8.หลังจอมพล ส.เสียชีวิต จอมพลถนอมก็รับไม้ต่อทำสงครามลับในลาว โดยซีไอเอ จัดตั้ง”ทหารเสือพราน” ส่งไปรบในลาว ด้านหนึ่งก็แทรกแซงกัมพูชา

9.สมัยจอมพลถนอม ร่วมมือซีไอเอ หนุนนายพลลอนนอล ยึดอำนาจสมเด็จสีหนุ สถาปนาสาธารณรัฐเขมร มีประธานาธิบดี แทนราชอาณาจักรกัมพูชา

10.ความวุ่นวายทางการเมืองในไทย เขมร ลาว และเวียดนาม เมื่อ 40-50 ปีก่อน ก็มาจากสหรัฐฯ กลัวคอมมิวนิสต์ กลัวปักกิ่งยึดแหลมทอง

11.มาถึงวันนี้ ไม่มีสงครามเย็น มีแต่ “สงครามทุน” สหรัฐก็ยังระแวงปักกิ่ง เพราะปักกิ่งกำลังเป็นมหาอำนาจทางธุรกิจในยุคโลกาภิวัตน์

Via @can_nw

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

มังกรสร้างชาติ

มังกรสร้างชาติ

image

” เรื่องส่วนตัว ใหญ่แค่ไหนก็เรื่องเล็ก เรื่องของชาติ เล็กแค่ไหนก็เรื่องใหญ่ “-เหมาเจ๋อตุง

 

ด้วย”สติ”และ”ปัญญา”และวัฒนธรรมความคิดแบบพุทธ ผมหวังเหลือเกินว่า คนไทยจะมีรากเหง้าและวิถีปฏิบัติที่หลักแหลม และมีความพลิกพลิ้วที่ชาญฉลาด ไม่ปล่อยให้ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของสังคมไทย ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงในสภาวะสงคราม จนต้องประหัตประหารกัน

คนไทยต้องฉลาดไม่ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมืองที่คิดถึงแก่ตนเอง ผมดูจากหนัง “มังกรสร้างชาติ” แล้ว เกรงว่านักการเมืองไทยยังห่างชั้นในด้านความสูงส่งและอุดมการณ์แบบนักการเมืองของจีนในอดีตอยู่หลายขุมทีเดียว

The Founding Of A Republic

http:// http://youtu.be/_SIlHptiWYU

 

ป้ายกำกับ: , ,

ขุนรองปลัดชู คือ จิตสำนึกของความเป็นชาตืหรือแค่เพียง”วาทกรรม”ชาตินิยม

ทำสิ่งที่ยากแสนยากให้สำเร็จ อาศัยคาถาเพียงสี่คำ…” ร่วม แรง ร่วม ใจ”

การที่ขึ้นหัวข้อเช่นนี้ไม่ใช่เพราะดูแคลนความเป็น”ชาตินิยม” แต่เป็นเพราะสถานการณ์ในชาติไทยของเรายามนี้ กำลังสับสนกับความหมายและหน้าที่ของพลเมืองต่อคำสองคำนี้ ขุนรองปลัดชู แม่กองอาทมาท วิเศษไชยชาญ คือตัวอย่างที่ชัดเจนของ”จิตสำนึกของความเป็นชาติ”อย่างแท้จริง

ทุกประโยคคำพูดของ”ขุนรองปลัดชู”เหมือนเป็นเสียงสะท้อนจากบรรพชนให้กึกก้องกลับมาในจิตใจของพวกเราอีกครั้ง จะขอยกตัวอย่างมาเช่นนี้เป็นต้น

ความห่วงใยแผ่นดินปลุกให้กูลุกขึ้นมาทุกวัน ลุกขึ้นมาเพื่อบอกกับลูกหลานว่า เราต้องดูแลตัวอง ดูแลบ้านเกิดของตัวเอง ดูแลวิเศษไชยชาญ แต่งานใหญ่เพียงนี้ไม่อาจจทำให้สำเร็จได้ด้วยใครคนใดคนหนึ่ง กูพยายามส่งผ่านความคิดของกู ไปยังผู้ที่มีจิตใจรักแผ่นดิน กูมีความหวังว่าความคิดของกูคงไม่โดดเดี่ยว แล้วกูก็มีความหวังว่า ความห่วงใยบ้านเกิดจะปลุกให้ทุกคนตื่นขึ้นมาพร้อมกัน เราต้องพร้อมที่จะสู้เพื่อบ้าน สู้เพื่อวิเศษไชยชาญ” – ขุนรองปลัดชู

กูปลาบปลื้มแทนแผ่นดินนัก สิ่งที่พวกมึงตัดสินใจในวันนี้คือ ย่างก้าวแรกของความกล้าหาญ เป็นบทพิสูจน์ของหัวใจที่เสียสละ พวกเราไม่ใช่ทหาร พวกเราเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาที่พร้อมจะสำแดงความรักและหวงแหนผืนแผ่นดินโดยไม่หวังลาภยศสรรเสริญ ลูกหลานวิเศษไชยชาญทุกคนจะจำความห้าวหาญของพวกมึงไว้เป็นเยี่ยงอย่าง พวกมึงจะจำเอาไว้ว่าวันนี้เราจะไม่รบเพื่อวิเศษฯ แต่ดาบของเราจะรบกับศัตรูเพื่อแผ่นดินแม่” – ขุนรองปลัดชู

..

อนสมัยฉันยังเด็ก ช่วงนั้นอยู่ในยุคพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี บ้านเมืองกำลังวิกฤติขาดแคลนพลังงาน รัฐบาลรณรงค์ให้คนในชาติร่วมกันประหยัดไฟฟ้า ด้วยความที่เป็นเด็ก การที่โทรทัศน์”งดแพร่ภาพออกอากาศ”ในช่วงหัวค่ำ นับเป็นสิ่งที่เด็กๆอย่างฉันยากที่จะทำความเข้าใจกับ”ความเป็นจิตสำนึกชาติ” เพราะต้องอดชมการ์ตูนที่โปรดปรานตามประสาเด็กๆ

จนอดรนทนไม่ไหว ฉันมีคำถามกับพ่อว่า ในเมื่อเรามีเงินจ่ายค่าไฟฟ้า ก็น่าจะให้เราใช้ไปสิคะ ทำไมต้องประหยัด

พ่อบอกว่า เงินที่เราจ่ายค่าไฟฟ้าไปนั้น เป็นแค่เพียงการจ่ายค่ากระบวนการผลิต ไม่ได้จ่ายค่าชดเชยทรัพยากรธรรมชาติที่หมดไป เพราะต้องนำทรัพยากรธรรมชาติมาปั่นกระแสไฟฟ้าใช้ภายในประเทศกันเลยสักคน เมื่อทรัพยากรธรรมชาติกำลังจะหมดไป และยังหาทรัพยากรธรรมชาติจากแหล่งอื่นทดแทนไม่ได้ หน้าที่ของคนไทยทุกคนคือ ต้องร่วมมือร่วมใจกันประหยัด

นี่คือ…จิตสำนึกชาติ ในอีกรูปแบบหนึ่ง คือ ทุกความคิดและการกระทำ จะต้องคำนึกถึงผลประดยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง เปรียบเสมือนกับ ถ้าเราคิดว่า “ชาติ”คือบุคคลที่เรารัก เราจะทำอะไรเพื่อบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งของเรา และทุกการกระทำนั้นๆจะต้องมาจากความคิด การตัดสินใจที่มาจากสติและปัญญา

และฉันไม่ได้ดูแคลนน้ำใจคนไทยด้วยกัน ว่ายังไปไม่ถึงคำว่า”ชาตินิยม” ถ้าคำว่าชาตินิยมอาจจะหานิยามหรือความหมายที่ไม่ชัดเจนนัก ทุกคนล้วนคิดไปถึงประเทศญี่ปุ่น ที่ประเทศนี้ ความเป็น”ชาตินิยม”รุนแรงเหลือเกิน แต่ญี่ปุ่นต้องผ่านโศกนาฎกรรมอันใหญ่หลวงโดนถล่มด้วยอาวุธร้ายแรงจากสหรัฐฯที่ ฮิโรชิม่าและนางาซากิ จนบ้านเมืองเสียหายอย่างหนักด้วยน้ำมือของต่างชาติ ความเป็น”ชาตินิยม”ของเขาจึงเกิดขึ้นเพื่อเร่งกอบกู้ซากปรักหักพังของชาติด้วยความสามัคคีอย่างเข้มแข็ง เป็นพลังอันเป้นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และภาคภูมิใจในชาติ ที่พวกเขาทุกคนช่วยกันนำพาชาติรอดพ้นวิกฤติภัยอันร้ายแรงนั้นๆมาได้

ความเป็น”ชาตินิยม”จะยังเกิดขึ้นไม่ได้เลย ท่ามกลางความแตกแยกเช่นทุกวันนี้

ฉันเองก็ปรารถนาที่จะให้”ชาติ”ของเราได้รับ”ความนิยม”จากคนในชาติอย่างพร้อมเพรียงกัน จนก่อเกิดพลังมหาศาลที่ไม่ใช่แค่เพียงสามารถจะขับเคลื่อนความเป้นไปเพียงแค่ในชาติได้เท่านั้น แต่ความเป็นชาตินิยมยังสามารถมีพลังมากพอที่จะขับเคลื่อน”ชาติตนเอง”ในสภาวะแวดล้อมอันเลวร้ายของวิกฤติการณ์ภัยคุกคามจากหลากหลายรูปแบบ ที่เปลี่ยนไปจากอดีต แต่ภัยนั้นๆยังไม่ได้ไปไหน เพียงแค่พัฒนารูปแบบให้สอดคล้องกับโลกหลังสงครามเย็นแล้วเท่านั้นเอง

เพราะ…

ส่วนเรื่องการพัฒนา ฉันไม่เคยมีแนวคิดว่าต้องพัฒนาตามประเทศตะวันตกสั่งให้เป็น เราสามารถเจริญเติบโตและเจริญได้โดยที่เรายังเป็นตัวของตัวเอง
 
“การพัฒนา”เป็นเพียงเทคนิควิทยาการของอำนาจแบบหนึ่ง ที่ประเทศมหาอำนาจตะวันตกคิดค้นขึ้นมาใช้ มาจัดอันดับ มาแบ่งโลกให้เป็นไปตามกฏเกณฑ์ของพวกเขา เพื่อมาเพิ่มการปกครอง,ควบคุม, ประเทศ”ด้อยพัฒนา”เพียงแต่แยบยลและแนบเนียนกว่าเทคนิควิทยาการของอำนาจใจอดีตที่ใช้กำลังในรูปแบบการล่าอาณานิคม
 
วาทกรรมที่โดดเด่นหลังยุคสงครามโลกครั้งที่สองคือ Modernization. และ Westernization สองคำนี้กลายเป็นสิ่งเดียวกันคือถ้าจะพัฒนาต้องทำให้ทันสมัย และต้องเป็นความทันสมัยแบบเดียวกันคือแบบตะวันตก ขณะเดียวกันการต่อต้านการพัฒนาก็คือการต่อต้านการทำให้เกิดความทันสมัยและการต่อต้านตะวันตก ผู้ที่ต่อต้านการพัฒนาจะถูกตีตราว่าเป็น”คอมมิวนิสต์”มาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น และในปัจจุบัน จะถูกแขวนคอว่าเป็นภัยต่อ”ประชาคมโลก”

ดังนั้นประเทศของเราต้องการความเป็น”ชาตินิยม”เพียงแต่ยังก้าวไปไม่ถึงเท่านั้นเอง

จิตสำนึกของความเป็นชาติ ‘SOUL OF THE NATION’

นับเป็นเวลานานหลายสิบปีที่ประเทศไทยต้องพบกับความบอบช้ำโดยที่ประชาชนแทบไม่มีส่วนร่วมในการป้องกันรักษาและเยียวยา ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ประชาชนชาวไทยควรที่จะพิจารณาถึงสิทธิและหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ถืออธิปไตยในชาติ ลุกขึ้นยืนด้วยตัวของตัวเอง โดยไม่จำเป็นต้องเรียกร้องหาผู้นำหรืออำนาจทหารเหมือนในอดีต เสียสละ คำนึงถึงส่วนรวม มีจิตสำนึกร่วมของความเป็นชาติ โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนแต่ถือเอาผลประโยชน์ของประชาชนโดยรวมเป็นที่ตั้ง ไม่หวั่นไหวต่อสิ่งเย้ายวนในรูปผลประโยชน์ใด ๆ อันเป็นลักษณะของการละทิ้งจิตสำนึก ไม่ยกย่องเชิดชูผู้มีอำนาจวาสนา ผู้มียศถาบรรดาศักดิ์หรือผู้ร่ำรวยเงินตราซึ่งปราศจากคุณงามความดี ไม่มอบอำนาจอธิปไตยให้แก่บุคคลเหล่านั้นโดยหวังได้รับสิ่งตอบแทนเป็นการเฉพาะตน ไม่เพิกเฉยต่อการเข้าครอบครองอำนาจรัฐของบุคคลในทางที่ผิด คอยหมั่นสอดส่องดูแลการใช้อำนาจรัฐของผู้บริหารประเทศ ปกป้องและดูแลสังคมโดยรวมไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของคนไม่ดี ไม่เรียกร้องหาผู้รับใช้ประชาชนแต่คิดและกระทำเสมือนหนึ่งว่าเราทุกคนคือผู้รับใช้ประชาชนด้วยตัวเราเอง ดำเนินชีวิตโดยมีสำนึกชาติอยู่ในหัวใจและปลูกฝังให้แก่บุตรหลาน ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงและคนรอบข้าง กระทำตนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งนี้ ไม่ว่าเรื่องเล็ก ๆ เช่น การกวาดขยะหน้าบ้านของตัวเอง ไปจนถึงการแสดงออกทางการเมืองตามสมควรด้วยความชอบธรรมเพื่อช่วยกันขจัดเสี้ยนหนามให้สิ้นไปจากแผ่นดิน ที่มา สำนึกชาติและประชาชน

ชาตินิยม ( Nationalism ) คืออุดมการณ์ที่สร้างและบำรุงรักษาชาติในลักษณะที่เป็นมโนทัศน์ แสดงอัตลักษณ์ของกลุ่มของมนุษย์ ตามบางทฤษฎี การรักษาลักษณะพิเศษของอัตลักษณ์ การเป็นอิสระในทุกๆ เรื่อง การกินดีอยู่ดี และการชื่นชมความยิ่งใหญ่ของชาติตนเอง ล้วนจัดว่าเป็นคุณค่าพื้นฐานของความเป็นชาตินิยม ที่มา วิกีพีเดีย

 

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , , , , , ,

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย คนที่ 46 ที่โลกรู้จัก

 

กระทรวงการต่างประเทศนั้นก่อตั้งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2518 สัญญลักษณ์ประจำกระทรวงคือ ตราบัวแก้ว ซึ่งเป็นรูปเทพยดานั่งในดอกบัว ถือดอกบัวข้างขวา ถือวชิระข้างซ้าย ตรานี้มีปรากฏใช้มาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตราสำคัญในราชการไทยมีสามดวง คือตราพระคชสีห์สำหรับสมุหพระกลาโหม ซึ่งใช้ในราชการด้านการทหารทั่วไป ตราพระราชสีห์สำหรับสมุหนายก ใช้ในราชการด้านมหาดไทย และตราบัวแก้วประจำตำแหน่งพระคลัง

กฎหมายไทยที่เรียกว่า “กฎหมายตราสามดวง” ก็เป็นเพราะมีการประทับตราทั้งสามดวงนี้ ซึ่งมีตราบัวแก้วรวมอยู่ด้วยดวงหนึ่ง ใช้สำหรับประทับตราเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการต่างประเทศ เช่น สนธิสัญญาต่าง ๆ

โดยนัยยะแต่โบราณกาล กระทรวงการต่างประเทศจึงมีฐานะเป็นกระทรวงที่สำคัญที่สุุดกระทรวงหนึ่ง ถือเป็นตัวแทน เกียรติยศและศักดิ์ศรีของประเทศไทยมานานนับร้อยปี

เสนาบดีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่ผ่านมานั้นมีจำนวนทั้งหมด 45 ท่าน โดยท่านที่มีผลงานดีเด่นอันเป็นที่เชิดหน้าชูตาของประเทศนั้นได้แก่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเทวัญอุไทยวงศ์ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ, ดร. ปรีดี พนมยงค์, ดร. ดิเรก ชัยนาม, ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช, พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์, ดร. ถนัด คอมันตร์, นายจรูญพันธ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา, นายอาสา สารสิน, ม.ร.ว. เกษมสโมสร เกษมศรี, ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ ฯลฯ

เหตุการณ์ประท้วงสาดเทฉีดเลือดที่หน้าบ้านอดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553 นั้น ได้รับการขนานนามว่าเป็นการประท้วงทางการเมืองที่ “สะอิดสะเอียน” ที่สุดในโลกจากสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลจีน โดยสถานีโทรทัศน์นับร้อยช่องได้เผยแพร่ภาพดังกล่าวไปทั่วประเทศจีน ไม่ต่างไปจากสถานีโทรทัศน์อื่น ๆ ทั่วโลกเช่นเดียวกัน

ขอต้อนรับ ดร. สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ คนที่ 46 ผู้ซึ่งสื่อมวลชนทั่วโลกต่างรู้จักกันดีด้วยครับ

ขอขอบคุณ ภาพข่าวจากหนังสือพิมพ์มติชน, วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553, “สุรพงษ์” สาดเลือดใส่รูป “มาร์ค” กองเชียร์โห่เชียร์ใช้รองเท้าตบซ้ำ”

บทความโดย ดร. นพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา

 

ป้ายกำกับ: , , ,

แถลงการณ์ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย 19 สิงหาคม 2554

 

แถลงการณ์ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย 19 สิงหาคม 2554 :

สหรัฐอเมริการู้สึกผิดหวังต่อการตัดสินใจของอัยการไทย ที่ดำเนินการฟ้องนาย “โจ กอร์ดอน” พลเมืองสหรัฐอเมริกา ในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทางการสหรัฐได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเจ้าหน้าที่ทางการของไทยอย่างครอบคลุม เกี่ยวกับคดีของนายกอร์ดอน โดยย้ำถึงโอกาสและความเป็นไปได้ของเขาในการใช้สิทธิในฐานะพลเมืองอเมริกัน”

“เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยให้ความมั่นใจว่า เสรีภาพในการแสดงความเห็นเป็นสิ่งที่ควรได้รับการเคารพ และนายกอร์ดอน ในฐานะพลเมืองสหรัฐฯจะได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม”

EMBASSY STATEMENT ON U.S. CITIZEN JOE GORDON

The United States is disappointed by the prosecutor’s decision to file lese majeste charges against U.S. citizen Joe Gordon. We have discussed Mr. Gordon’s case extensively with Thai authorities, stressing at every possible opportunity his rights as an American citizen. We urge the Thai authorities to ensure freedom of expression is respected and that Mr. Gordon, a U.S. citizen, receives fair treatment.

ที่มา Embassy Statement on U.S. Citizen Joe Gordon

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2554 ศาลชั้นต้นรับฟ้องคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ1 สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องนายโจ กอร์ดอน (หรือนายเลอพงษ์ ขอสงวนนามสกุล) เป็นจำเลย ชาวไทย-อเมริกัน ซึ่งถูกจับข้อหาหมิ่น (มาตรา112) คำฟ้องระบุเป็นผู้แปล The King Never Smiles อันเป็นหนังสือต้องห้าม โพสต์ข้อความไม่เหมาะสม ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2551 มาตรา 3, 14 และคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ 41 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2519 ข้อ 1

ทั้งนี้ จำเลยเป็นบุคคลสองสัญชาติ ไทย – อเมริกัน ถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอบุกจับกุมตัวที่บ้านพักจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมาพร้อมยึดคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปส่วนตัว และถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ…

ที่มา หนังสือพิมพ์มติชน :: สถานทูตสหรัฐฯแถลงผิดหวังอัยการไทยฟ้อง”โจ กอร์ดอน” ข้อหา”หมิ่นสถาบัน”

แถลงการณ์ทางการทูตที่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของประเทศคู่สัมพันธ์นั้นมีความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะหากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการล่วงละเมิดประมุขของประเทศนั้น ซึ่งในประเทศไทยก็คือ องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ผมกำลังรอท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ โดย ดร. สุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการ ฯ อยู่ครับ

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

เธอทำให้ด้วยใจทุกอย่าง ไม่หวังให้ตอบแทนให้เธอ

 

 แก่งกระจาน

วันที่ประเทศไทยประกาศกฎอัยการศึก ที่ กรุงเทพมหานคร

อนึ่งการเขียนบล็อคในครั้งนี้ฉันไม่ได้ปรึกษาหารือกับบุคคลที่นำมาเอ่ยถึง ถือเสียว่าฉันขออนุญาตมาณที่นี้นะคะ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่แกนนำพันธมิตรมีมติประกาศจุดยืนในการยกระดับการขับเคลื่อนทางการเมืองต่อกรณีพิพาท”เขาพระวิหาร” ช่วงนั้นความแตกแยกทางความคิดของมวลชนคนพันธมิตรเริ่มทวีความรุนแรง มีรอยร้าวให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

“อย่าแบ่งแยกมวลชน”

“คุณ”ถามฉันว่าจะเข้าไปชุมนุมหรือเปล่าในวันนั้น -ไปค่ะ มีนัดกับเพื่อนๆที่เป็นการ์ด จะเข้าไปช่วงดึกๆ มีอะไรหรือเปล่าคะ

“คุณ”บอกว่าถ้าฉันเข้าไปชุมนุมให้พยายามบอกกับ”แกนนำ”ให้ได้ว่า อย่าแบ่งแยกมวลชน เพราะคนรักประชาธิปัตย์นั้นยังมี และตลอดเวลาที่ผ่านมาคนพันธมิตรกับคนรักประชาธิปัตย์เป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก จริงอยู่ที่ครั้งนี้ที่พันธมิตรออกมาชุมนุมยื่นข้อเรียกร้องและขับไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ ตลอดจนรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับงานรับผิดชอบต่อกรณีปัญหาพิพาทเขาพระวิหาร

“คงสายไปแล้วหล่ะค่ะ เพราะแกนนำประกาศเป็นมติบนเวทีไปเรียบร้อยแล้ว “

“คุณ” ยังคงไม่ละความพยายาม ยังหาทางออกที่ดีกว่าให้ ทั้งที่คุณเองก็ออกปากว่า ไม่ทราบว่าพันธมิตรวางยุทธศาตร์สำหรับหมกกระดานนี้อย่างไร เพราะคุณไม่ได้คุยกับใครที่เป็นแกนนำสำหรับการตัดสินใจในปัญหานี้มาก่อน

และคุณก็ไม่ใช่”พันธมิตร” ไม่ใช่เสื้อเหลือง คุณไม่มีสีเสื้อ หากแต่ทำงานาเหว่างประเทศเพื่อประเทศไทย ตลอดจนคุณมีความมักคุ้นเป็นอย่างดีกับปัญหาด้านกัมพูชา คุณใช้ดุลยพินิจในด้านนี้ให้การพยายามหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย และประเทศชาติจะได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างแท้จริง

คุณบอกว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาพันธมิตรคือ พลังอันบริสุทธิ์ของมวลชนอย่างแท้จริงที่ออกมาขับเคลื่อนความเป็นไปทางการเมืองให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมาแล้วครั้งแล้วครั้งเล่า คุณอยากช่วยรักษาความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันไว้ และหวังจะทำให้เป็นกลุ่มคนที่มีพลังการขับเคลื่อนทางสังคมได้อย่างงดงามเฉกเช่นวันวานที่เคยสร้างสมความดีกันไว้

“คุณไปหาลุงจำลองนะ เข้าไปคุยกับท่าน ไปบอกกับท่านว่าอย่าแบ่งแยกมวลชนและอย่าไล่นายกฯอภิสิทธิ์ ปัญหาไหนที่รัฐบาลทำให้ประเทศตกอยู่ในสภาพเสี่ยงจะเสียดินแดนหรือมีอะไรหมกเม็ด ขอให้บนเวทีพูดประเด็นเหล่านั้นไป แต่อย่ายกระดับเป็นการขับไล่ เพราะจะทำให้เสียมวลชนและพลังของความเป็นพันธมิตรจะตกลงไป “

“นายกฯอภิสิทธิ์เป็นคนดี แต่คนรอบข้างไม่ดีมีเยอะ ต้องหาวิธีอื่น ไม่ใช่การขับไล่”

คืนนั้นฉันได้นำเรื่องนี้ไปปรึกษาคนพันธมิตรระดับแกนนำ แต่ทุกอย่างไม่คืบหน้า อ้างว่าคงต้องขอมติความเห็นชอบจากที่ประชุมแกนนำอีกที

“คุณ”บอกว่าให้บอกพวกเขาว่า คุณพร้อมจะเป็นผู้สนับสนุนทางการเงินให้กับพันธมิตรเองทั้งหมด แต่ขอให้เงื่อนไขเป็นไปตามที่คุณหาทางออกให้ มีบางเสียงที่ฉันได้ยินและรู้สึกเสียใจซึ่งคนพูดคงไม่ได้ตั้งใจ

“ทำไมไม่ให้คุณที่ปักกิ่งตั้งมวลชนขึ้นมาเอง ทำใหม่ไปเลย” ฉันเสียใจที่ได้ยินแต่เข้าใจว่าคนพูดไม่มีเจตนาส่อเสียดใดๆ และที่สำคัญ ฉันเองก็ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลใดๆของคุณเลยด้วยตั้งใจว่า เมื่อมีโอกาสและได้คุยกับลุงจำลองเสียก่อน ฉันจะให้คุณคุยกับลุงจำลองด้วยตนเอง จะเป็นการดีที่สุด

ณ วันนั้นที่ฉันนึกถึงคำพูดนี้ กับวันนี้เมื่อนึกถึงคำพูดที่ยังคงก้องในโสตประสาทอยู่เสมอนี้นั้น ความเจ็บปวดต่างกัลับลับ วันนี้เจ็บปวดกว่า เพราะเวลาที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ฉันรู้และมั่นใจว่า คุณแค่อยากจะช่วยพันธมิตรซึ่งเป็นองค์กรข้างถนนที่มีคุณภาพให้คงไว้ โดยที่คุณไม่ได้หวังเข้ามามีส่วนกับผลประโยชน์หรือชื่อเสียงใดๆให้สะท้อนกลับมาให้ และถ้าพันธมิตรยังเข้มแข็งและเดินหมากบนกระดานที่ชื่อประเทศไทย อย่างมีประสิทธิภาพ ผลประโยชน์จะตกอยู่กับประเทศไทยอย่างแท้จริง

เพราะมีอยู่วันหนึ่งหลังจากวันนั้น คุณขอไม่ให้ฉันออกไปร่วมชุมนุมแม้นจะมีการ”เขียนเสือให้วัวกลัว”ของจนท.ของรัฐฯว่าจะสลายการชุมนุม เตรียมพร้อมทั้งกำลังพลและอุปกรณ์เพื่อสลายการชุมนุม “คุณ”ขอให้ฉันนอนพักรักษาอาการทาง”ประสาทตา”พักผ่อนให้หายดีเสียก่อน

ฉันบอกว่าไม่ได้หรอก เพื่อนๆของฉันอยู่ที่นั้น และยามมีเรื่องหรือสุ่มเสี่ยงจะไม่ปลอดภัยแบบนี้ ฉันจะนอนหลับได้อย่างไร ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนๆของฉัน ในขณะที่ฉันนอนหลับพักผ่อนรักษาดวงตาอยู่นี้ ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเลย

“คุณ”บอกว่า รัฐบาลไม่กล้าทำหรอก ทั้งที่เขาก็อยากทำรัฐบาลทั้งอยากปราบและปรามพันธมิตรไปพร้อมกัน เอาเป็นว่าถ้ารัฐบาลกล้าใช้ปืนกลมายิงพวกคุณ พวกผมจะกลับไปแก้แค้นให้เอง ไม่กล้าหรอก อย่างมากก็ใช้ย้ำฉีด เอาไว้ฉันหายป่วยแล้วอยากไปเล่นน้ำค่อยออกไป

ฉันถึงสงบลงและเข้านอนได้ในกลางดึกคืนนั้น

ย้อนกลับมาวันนั้นที่กว่าฉันจะได้มีโอกาสคุยกับลุงจำลอง ยากมากเพราะลุงรับผิดชอบทุกอย่างที่อยู่บนถนนเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ในครั้งนี้ อุปมาได้ดังรับผิดชอบเองทุกอย่างตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ

ลุงจำลองขอบคุณในเจตนาดี ตอนนั้นลุงรับปากว่าจะไม่ใช่คำว่าขับไล่ แต่ลุงปลอบใจฉันว่าไม่ต้องห่วง มวลชนจะเหลือแค่ไหนก็แค่นั้น ไม่ใช่สาระสำคัญ อย่างไรเราก็ชนะ ซึ่งนั้นคือสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่คุณพยายามจะ”รวม”มวลชนกลับมาให่ได้เหมือนเดิม

การขับเคลื่อนของการเมืองภาคประชาชนเป็นสิ่งที่จะทำให้สังคมได้รับทราบปัญหาของประเทศในอีกหลายส่วนที่ภาครัฐฯอาจจะไม่ได้เปิดเผยออกมาสู่สาธารณะ และยิ่งกับปัญหาใหญ่ของประเทศหลายอย่างถูกปกปิดไว้ การมีภาคประชาชนจะทำให้คนทั้งชาติหันมาสนใจและมีโอกาสได้ทำความเข้าใจกับปัญหาอันซับซ้อนต่างๆเหล่านั้น

ฉันมั่นใจว่าถ้าพันธมิตรเพื่อประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีคุณเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาและดำเนินการตามขั้นตอนที่คุณวางแผนการต่างๆไว้ให้ ข้อแรกคือ จะไม่มีการประกาศขับไล่นายกฯอภิสิทธิ์ แต่จะนำปัญหาต่างๆออกมาตีแผ่ให้สังคมไทยได้รับทราบปัญหา และนำ”บางสิ่ง”ให้พันธมิตรนำไปปรึกษากับรัฐบาลไทยไปใช้ต่อรองกับรัฐบาลกัมพูชา

ปัญหาการเมืองความสัมพันธ์พันธ์ระหว่างประเทศจะได้รับการแก้ไข โดยประเทศทั้งสองไม่บอบช้ำนัก กดดันให้รัฐบาลไทยใช้มาตราการทางการฑูตที่ไทยเราเหนือกว่า อีกทั้งแสนยานุภาพทางกองทัพ และพลังของมวลชนที่ยังรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเป็นแรงขับเคลื่อน เป็นอำนาจการต่อรองกับกัมพูชา

คุณเคยอยู่กัมพูชามาก่อน และรู้จักมักคุ้นกับความเป็น “เตียบัญ”เป็นอย่างดี จะคุยกับเตียบัญถ้าไม่ใช่นักการฑูตระดับคุณประสงค์ สุ่นศิริ จะให้รู้ทันรู้ทางกัมพูชาเห็นจะยาก ฉันคงจะต้องหวังพึ่งคุณนี่แหละค่ะ เพราะอย่างไรเสียเตียบัญก็เกรงใจทางปักกิ่งอย่างมาก

และยังมีพลังและแรงผลักดันอันเป็นหนึ่งเดียวกันเมื่อจะต้องหันมาต่อสู้กับพลังอำนาจจาก”ระบอบทักษิณ”ต่อไปอีกด้วย และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ฉันที่เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง จะได้มองเห็นว่าใครกันบ้างในแผ่นดินไทยเรา หวังดีและทำเพื่อประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง

สิ่งที่”คุณ”กังวลและห่วงใยมาก นั้นคือ”ความสามัคคี”ของคนในชาติ ที่นอกเหนือจาก”สำนึกชาติ” คุณพยายามจะหาทางออกเพื่อกำจัดความแตกแยกอันไม่ควรจะต้องเกิดขึ้นให้ความสมานสามัคคีได้คงไว้

และ”บางสิ่ง”ที่ฉันได้เอ่ยไปนั้น ไม่สามารถเปิดเผยได้ ณ ที่นี้ว่าคืออะไร อันตรายสำหรับฉันเกินไปที่จะอธิบายถึง”บางสิ่ง” แต่ฉันอยากอธิบายถึงความรู้สึกบางอย่างที่มี”บางสิ่ง”เป็นตัวเชื่อมให้ฉันได้รับรู้นั้นคือ ฉันซาบซึ้งน้ำใจและความวางใจที่คุณมอบให้มา แรกทีเดียวนั้น ฉันค่อนข้างตกใจแต่เมื่อคุณบอกว่า นี่คือสมบัติของชาติ ที่ควรจะอยู่กับชาติไทยและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศของเรา

แต่..”บางสิ่ง”ที่ว่านี้ ไม่ได้อยู่ที่ฉันแล้วนะ ไม่ได้อยู่กับฉันนับตั้งแต่คุณทราบว่าไม่ได้อยู่ เข้าใจคำนี้นะคะ

วันนี้ที่กว่าฉันจะบันทึก”บางส่วน”จากความทรงจำที่ผ่านมาร่วมครึ่งปี ต้องรวบรวมพลังแรงใจอย่างมาก เหตุเพราะฉันกำลังระลึกถึงความหลังที่ยังสวยงาม ยังไม่มีความแตกแยกร้าวลึกรุนแรงเท่าทุกวันนี้

ฉันเขียนความทรงจำนี้ด้วยความเจ็บปวด จึงเป็นเรื่องยากที่จะพยายามบันทึกไว้เป็นตัวอักษร ทั้งที่ความทรงจำในส่วนนี้ตอกและย้ำ ถึงความผิดพลาดกับหลายสิ่งที่ฉันรักพังพินาศลงทั้งที่ ฉันมีความหวังดี ความปรารถนาดีของคุณที่พร้อมจะช่วยเหลือให้ทุกอย่างคงรุ่งโรจน์เหมือนวันคืนเก่าๆ

และฉันก็แอบมีความหวังอันเลือนลางอยู่บ้างว่า ถ้ามีบางท่านที่กำลังโกรธแค้นกันจนขาดสติได้มาอ่านสิ่งที่ฉันบันทึกจากใจนี้ จะหันหน้ากลับมาตระหนักถึง สิทธิและหน้าที่ ที่จำเป็นต้องมาคู่กัน ตลอดจนอีกหลายภาคส่วนของรัฐฯที่ทำหน้าที่ต่อบ้านเมืองไว้อย่างอ่อนแอ จะเต็มพลังความอึกเหิมให้ช่วยกันลุกขึ้นมาสู้เพื่อประเทศชาติอย่างเต็มกำลังความสามารถ และอย่างมีสติ เลือกใช้คนให้ถูกต้องกับงานต่างๆอย่างลงตัว

ส่วนฉัน แม้นจะต้องอยู่กับความทรงจำที่มีของดีอยู่เคียงข้าง แต่ฉันก็เหมือน”ขาดประสิทธิภาพ” ยังทำงานไม่แข็งขันนัก ที่จะนำพาสิ่งที่ดีที่อยู่เคียงข้างนี้ นำมาเป็นพลังเพื่อขับเคลื่อนกลไกของประเทศ ฉันก็ต้องปรับปรุงตัวเองด้วยเช่นกัน

ยังมีลมหายใจอยู่ ยังมีเรี่ยวแรงอยู่ จะเจ็บปวดแค่ไหน แต่ฉันจะอยู่อย่างมีหวัง และจะพยายามแก้ไขข้อผิดพลาด ในหลายส่วนที่ตนเองยังทำได้ไม่เต็มที่

ฉันขอบคุณอย่างที่สุด ที่ได้มีคุณเป็นส่วนสำคัญในความทรงจำนี้ ฉันจดจำทุกอย่างฉันรู้และมั่นใจว่า คุณหวังดี เพราะนี่คือประเทศไทยอันเป็นเรือนเกิดเรือนตายของคุณ และฉัน…คือคนที่คุณคิดว่าจะเป็น”สื่อกลาง”ที่ดีได้ แต่ฉันทำไม่ได้อย่างที่ควรต้องทำ ถ้าไม่เช่นนั้นประเทศไทยคงจะไม่ตกอยู่ในสภาพเลวร้ายขนาดนี้

“If love is the answer, could you please rephrase the question?”- Lily Tomlin”

เธอทำให้ด้วยใจทุกอย่าง

ไม่หวังให้ตอบแทนให้เธอ

ฉันรู้ ฉันซึ้ง ฉันห่วงใย

จะมีอะไรมาทดแทน มีแค่เพียงคำที่บอกว่า..รักเธอจริงๆ

 

 

 

 

 

ป้ายกำกับ: , , ,