RSS

โอ้..กลิ่นของเจ้าอบอวลรัญจวนทุกวัน หอมยวนยั่วสั่นหฤทัย

28 ก.พ.

“โอ้…กลิ่นของเจ้าอบอวลรัญจวนทุกวัน หอมยวนยั่วสั่นหฤทัย กลิ่นกุหลาบยังหอมซึ้ง หอมยังตรึงใจให้ รู้อยู่แก่ใจทุกคน…”

วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิด “กลิ่นกุหลาบ” ดอกหนึ่ง เป็นกุหลาบดอกที่ผูกพันกันมา 20 กว่าปี ณ แรกพบ คือวันที่เขาได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งร้องเพลงขับกล่อมอยู่บนเวที ในงานที่สิงห์ดำผู้ซึ่งเป็นใหญ่สูงสุดในกระทรวงหัวสิงห์ขณะนั้น มาเป็นประธาน และสาวเจ้านางนั้น มากับผู้ใหญ่ทางฝ่ายสิงห์ดำ

บทเพลงที่ขับกล่อมมาด้วยน้ำเสียงกังวานใสนั้น ทำให้กุหลาบดอกนี้ขอหลบไปอยู่หลังๆท้ายงาน เดินมาจากท้ายห้องจัดเลี้ยง เพื่อมายืนอยู่ขอบเวที ยืนมองหน้าผู้หญิงคนนั้นที่กำลังร้องเพลงอยู่ ยืนฟังอย่างสงบจนเธอร้องจนจบเพลง กุหลาบดอกนี้ปรบมือให้พร้อมเดินเข้ามามอบดอกกุหลาบให้หนึ่งดอก ซึ่งเป็นกุหลาบที่”เก็บตก”จากในงานนั้นแหละค่ะ

สาวเจ้านางนั้น มีโอกาสได้พบและมองกุกลาบดอกนี้เป็นครั้งแรก ต้องยอมรับว่า นี่คือ “รักแรกพบ”ของเธอผู้นี้ โดยที่สาวเจ้า ก็ไม่เคยทราบมาก่อนว่า กุหลาบดอกนี้เป็นลูกใครหลานใคร แต่เห็นหน้าครั้งแรก …แอบชอบในใจทันที แต่ไม่กล้าแสดงออก

กุหลาบดอกนี้มอบดอกไม้ให้สาวเจ้า ก็ไม่ได้ถอยกลับไปนั่งด้านหลังที่เดิมจากที่นั่งเดิม ยังคงนั่งจิบไวน์ ที่โต๊ะด้านหน้าเวที ติดกับโต๊ะประธานในงาน เธอกับเขาแอบสบสายตากันบ้าง สาวเจ้าเหลือบสายตามาทีไร เห็นเขาจ้องตาไม่กระพริบมองเธออยู่อย่างนั้น

ได่เวลางานเลิก สาวเจ้ารอส่ง”ประธาน”ในงานขึ้นรถกลับออกจากงาน และเธอรอรถของเธอมาจอดเทียบเป็นคีนถัดๆไป เพื่อกลับออกจากงานด้วยเช่นกัน

หลังจากรถของเธอมาจอดเทียบ กุหลาบดอกนี้ เดินมาที่รถทันที หยิบเครื่องมือสื่อสารประจำตัวชนืดหนึ่ง (เพจเจอร์ในสมัยนั้น ) ส่งยัดใส่มือสาวเจ้านางนั้น พร้อมบอกว่า “แล้วพี่จะโทร.เข้าเครื่องนี้นะ”

สาวเจ้าขอส่งคืนเพจเจอร์ให้กุหลาบดอกนั้น ด้วยไม่กล้ารับไว้ แต่กุหลาบยังคงยัดเหยียดให้เธอรับไว้ สรุปว่าสาวเจ้าต้องรับไว้โดยที่ตนเองก็ยังไม่ทราบว่า “เขาเป็นใคร”

มารู้ตอนเช้า จากการที่หน้าห้องของ”ประธาน”ในงาน มองเห็นทุกอิริยาบทของกุหลาบดอกงามในงานเมื่อกลางดึกวานที่ผ่านมาทั้งหมด จึงบอกเล่าคงามแก่สาวเจ้าว่า กุหลาบดอกนี้เป็นลูกเต้าเหล่าใคร

สาวเจ้าค่อนข้างหนักใจกับ”บางสิ่ง”อันเป็นความขัดแย้งสืบเนื่องมาจากผู้ใหญ่ๆกับผู้ใหญ่

บ่ายวันนั้นกุหลสบดอกงามโทร.เข้าเพจเจอร์ตัวเอง สาวเจ้าเห็นเบอร์จึงโทร.กลับให้กุหลาบดอกงามใรรับเพจเจอร์ของตนเองกลับคืนไป เจอกันหลังจากงานคืนที่เพิ่งผ่านพ้นมาที่หน้าบ้านของสาวเจ้า

หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของ”คนคู่นี้”งอกเงยและเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ทั้งคู่คบหากันในบ้าน ไปมาหาสู่กันอย่างเปิดเผย บางวันที่กุหลาบดอกงามอยากให้ส่วเจ้ามาทานข้าวที่บ้าน พี่สาวของสาวเจ้าจะขับรถไปส่งที่บ้านของกุหลาบดอกงาม และเขาจะเป็นฝ่ายขับรถมาส่งสาวเจ้ากลับบ้านหลีงทานข้าวเสร็จ หรือจะไปงานพร้อมกันแต่เช้ามืด กุหลาบดอกงามจะขับรถมารับสาวเจ้าที่บ้าน แม้จะแต่งตัวโทนสีเดียวกัน จนผู้คนชอบแซวว่า “อย่างกับออกมาจากตู้เสื้อผ้าเดียวกันเลย” เขาจะออกตัวว่า ไปรับน้องมาแต่เช้า

เขาเคยเล่าให้สาวเจ้าฟังต่อหน้าคุณแม่ของเขาว่า ก่อนที่พี่จะมาคบกับเรา พี่มีแฟนมาก่อนคนหนึ่งคิดมาก พามาทานข้าวกับคุณแม่เหมือนที่พาเรามาแบบนี้ รักมากและไว้ใจมาก ไม่เคยกล้าคิดว่าจะกล้าทำเรื่องให้เสียใจได้ เป็นแอร์โอสเตส ดันไปสลับร่างสร้างรักกับ”นักบิน”

เราเป็นผู้หญิงคนที่สองที่พี่รักมากนะ

เมื่อก่อนเวลาที่เขาจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง จะเล่าด้วยอารมณ์และน่ำเสียง แววตาที่ยังคงมีไฟของความโกรธแค้นเจืออยู่ให้สาวเจ้าสัมผัสและรู้สึกได้อยู่เสมอ

และแน่นอนว่า เมื่อความสัมพันธ์ของคนคู่นี้เบ่งบาน ความผูกพันอันมีมายาวนานกว่าของ กลุ่มสิงห์ดำกับสาวเจ้า จำเป็นต้องเว้นระยะห่างกันไปโดยปริยาย โดยที่คนมองจากภายนอกอย่างผิวเผิน จะประเมินแค่ว่า เพราะมารักกับกุหลาบดอกงาม เป็นธรรมดาที่ต้องห่างกับสายสิงห์ดำ แต่อันที่จริงแล้ว น่าจะมีเรื่องลึกและซับซ้อนกว่านั้น ทั้งี่จริงๆแล้ว ความรักและเคารพและความสัมพันธ์ของสาวเจ้าและก๊กสิงห์ดำนั้น ลึกซึ้งและหยั่งรากลึกกว่า

ไม่ได้หมายถึงประเด็นชู้สาว แต่เป็นเพราะสิงห์ดำกับสาวเจ้ารู้จักกันมาตั้งแต่สมัยพ่อของสาวเจ้ายังมีชีวิตอยู่ และพวกเขากับสาวเจ้า….รู้จักและพบเจอกันที่ไหน แน่นอนไม่ใช่ที่รโหฐานที่ใครจะเข้านอกออกในได้ เป็นบ้านของบุคคลสำคัญของไทยเรานี่แหละ

มีหลายประเด็นที่สาวเจ้าไม่เคยเล่าถึงความสัมพันธ์ที่หยั่งรากลึกเหล่นนี้ให้กุหลสบดอกงามได้รับรู้เลย ไม่ใช่เพราะอยากปกปิด แต่เพราะ…บางอย่างจะต้องไปเอ่ยถึงบุคคลที่สาม และสาวเจ้าไม่อยากพาดพิงไปถึง เธออาจจะอยากลืมก็เป็นไปได้

และ”สิ่งนี้”น่าจะเป็นเหมือนโซ่ข้อกลางที่ยังเกี่ยวร้อยดวงใจของก๊กสิงห์ดำกับสาวเจ้าไว้ด้วยกันเสมอ แม่เวลาที่ผ่านมาจากต้องห่างกันไปไกลสักเพียงใด

สาวเจ้าอยากรู้นักว่า ถ้ากุหลาบดอกงามได้รับรู้ข้อเท็จจริงในส่วนนี้ จะทำให้หายคลางแคลงใจตัดประเด็นชู้สาวออกไปได้มั้ย สาวเจ้าคิดอยู่ร่วมปี ว่าจะตัดสินใจอธิลายเรื่องราวในอดีต”บางอย่าง”ให้กุหลาบดอกงามฟังมั้ย

จนวันนี้ …เธอก็ยังคงตัดสินใจเหมือนเดิมคือ ไม่อธิบายดีกว่า คนเรา ถ้าหมดความเชื่อใจซึ่งกันและกัน ต่อให้พูดความจริง มีผู้ใหญ่น่าเชื่อถือมาเป็นตรายางให้ แต่ถ้าไม่ถูกหู ยิ่งสะเทือนใจ จะกลายเป็นบานปลายไปเอ่ยถึวบุุคคลที่สามให้มัวหมองมาเกี่ยวพันด้วยไปเสีย

เพราะประเด็นการกลับไปคบหากันระหว่างสาวเจ้ากับก๊กสิงห์ดำไม่มีมูลเหตุที่มาใดๆทั้งสิ้น หมายความว่า ไม่เป็นความจริงตามที่กล่าวหา แต่น่าจะเป็นการ”หาเหตุ”เสียมากกว่า หลังจากมีเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นจริงว่าคบกันของสาวเจ้ากับ”นักบิน”ต่างหากหล่ะ

และสุดท้าย…สาวเจ้ากับก๊กสิงห์ดำควงกันอย่างเปิดเผยจริงๆอีกเื่อกลางปีที่ผ่านมา

ดังนั้นความสัมพันธ์ ณ วันนี้ ไม่มีทางออกใดไปมากกว่า การนิ่งเฉยอันเป็นสัญญาณคอยห่างกันไป. จากทุกปีอันเป็นวันครยรอบวันเกิดต้องมีกันและกัน ปีนี้ไม่มีเงาของสาวเจ้าเช่นทุกปี ไม่มีแม้กระทั่งการ์ดอวยพร หรือของขวัญ หรือเค็กวันเกิดฝีมือของสาวเจ้า เหมือนเธอลืมวันเกิดของเขาไปดื้อๆเสียอย่างนั้น

เค็กวันเกดของกุหลาบดอกงามในแต่ละปี มีหลายอันมาก นับวันยิ่งมีมาก ด้วยตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น บารมีมากขึ้น ผู้คนมาห้อมล้อมอวยพรมากมาย แต่ทุกปี กุหลาบช่องามจะตัดเค็กอันเป็นเค็กประธานของงาน แต่ไม่เคยรับประทาน เพราะกุหลาบดอกงามดื่มเหล้าจะไม่แตะของหวาน

แต่กุหลาบดอกงาม จะทานเค็กก้อนเล็กๆที่สาวเจ้าตั้งใจทำมาอวยพรวันเกิดทุกปี

เขาเคยบอกกับเธอว่า ทำไมไม่ทำเค็กปอนด์ใหญ่มาให้พี่หล่ะ พี่อยากตัดเค็กของเรา สาวเจ้าบอกว่า..แบบนี้ดีใจมากว่า พี่เป่าเค็กอันใหญ่แต่พี่ไม่กิน มากินเค็กอันเล็กที่ปาดหน้าเรียบๆ ไม่มีอะไรสะดุดตาเอาเสียเลย แต่อร่อยมั้ยคะ พี่พอใจและไม่ต้องเหนื่อยทำเค็กก้อนใหญ่เพื่อเลี้ยงแขกทั้งงาน พอใจแบบนี้มากกว่าค่ะ

(( ความจรืงนั่นแค่ข้ออ้าง สาวเจ้าขี้เกียจอ่ะค่ะ ))

มีความทรงจำที่ดีเกิดขึ้นมากมาย สาวเจ้าเป็นผู้หญิงที่กุหลาบดอกงามจีบยากที่สุด แม้จะมีใจให้แต่แรกเห็นก็ตามที เขาออกปากแบบนี้บ่อยมาก และเชื่อว่านี่จะเป็นสิ่งที่อยุ่ในใจของเชา หรือไม่อยู่ในใจอีกเลย ถึงคิดว่าสาวเจ้าจะกลับไปคบหากับใครใหมีได้ง่ายๆ

กุหลาบดอกงาม นอกจากจะชอบให้สาวเจ้าร้องเพลงให้ฟัง ทุกงาน เขาจะต้องให้สาวเจ้าขึ้นเวทีเพื่อร้องเพลงขับกล่อม เขาชอบเสียงของเธอมาก นอกจากเสียงร้องเพลงที่ชอบ เขามีความสุขมากที่ได้เต้นรำใต้แสงเทียนกับสาวเจ้า “พี่ไม่เคยคิดเลยว่า เราจะเต้นรำเก่งขนาดนี้ เราทำให้พี่มีความสุขและตื่นเต้นมาก ” งานที่ต้องเต้นรำมีหลายงานที่ผ่าน แต่ท่ามกลางแสงเทียรมีไม่มาก และผลงานออกมาดี น่าประทับใจ

แต่ถ้ากุหลาบดอกงามมาอ่านทวิตเตอร์ คงจินตนาการภาพปาดตาปาดใจระหว่างสาวเจ้ากับนักบิน สอนกันเต้นรำกันอย่างมีความสุข

มีหลายเหตุผลที่สาวเจ้าจำเป็นต้องยอมรับว่า คงจะไม่มีทางที่อะไรๆจะกลับมาเหมือนเดิมได้อีก!!

“ปล่อยตัวทิ้งไป
เหลือเพียงใจที่เราเคยรัก
ทนสิ่งแสนหนัก
ด้วยความรักทับถมหัวใจ
เพียงความทรงจำ
ขอแค่นั้น นะเธอ
คิดว่าใจเราเพ้อ
ยอมท่วมเอ่อด้วยความรัก”

11 กุมภาพันธ์ 2555 22:40 น. ณ หอคอยสีงาช้าง อันแสนเหน็บหนาวและว่างเปล่า

 

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กุมภาพันธ์ 28, 2012 in @Ann_Forever

 

ป้ายกำกับ: , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: