RSS

เรามีทุกอย่างที่ประเทศอารยธรรมอีกซีกโลกหนึ่งมี เพียงแต่ เราไม่มีอยู่อย่างเดียวคือ สำนึกของความกตัญญู

28 ก.พ.

เรามีทุกอย่างที่ประเทศที่มีอารยธรรมอีกซีกโลกหนึ่งมี เพียงแต่ เราไม่มีอยู่อย่างเดียวคือ สำนึกของความกตัญญู.

อยุธยา เปลี่ยนไป พร้อมกับ สำนึกของความกตัญญูต่อบรรพชนก็หายไป

เริ่มจาก ..อยุธยาเคยเป็นเมืองอุ่ข้าวอู่น้ำของประเทศเมืองหนึ่ง ประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรมที่ เราไม่สามารถจะเปลี่ยนแปลงความเป็นจริงข้อนี้ได้

ปัจจัยของประเทศเราเอื้ออำนวย ตลอดจนภูมิปัญญาของคนในท้องถิ่นก็ถ้วนแล้วแต่เคยชินกับวัฒนธรรมและการประกอบสัมมาอาชีพที่เป็นผลผลิตทางการเกษตร กสิกรรม

ประเพณีไทยของเราแต่ดั่งเดิมส่งเสริมให้ ผู้คนในประเทศมีความกตัญญู แม้นเราจะเป็น ชาวนา เราก็ต้องรู้คุณของอาชีพของเรา เรามีประเพณี “ทำขวัญข้าว” หรือแม้นแต่ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งถือเป็นโบราณราชประเพณี ก็เพราะบรรพชนของเราให้ความสำคัญและเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาเราแต่ดั่งเดิม และ..กระทำทุกอย่างให้เป็นขวัญ เป็นสิริมงคล

หรือเรามีสายน้ำเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต ให้เราได้ดื่มกิน ได้ใช้ชำระล้าง เราก็ยังมี ประเพณีเพื่อขอขมา และขอบพระคุณ พระแม่คงคา

ประเพณี และการดำรงชีวิตของไทยเราแต่เก่าก่อนให้ความสำคัญกับ..การปลูกฝังคุณธรรม ให้เจริญเติบโตไปพร้อมๆกับเศรษฐกิจ แบบค่อยๆเป็น ค่อยๆไป

ความเจริญทางวัตถุควรสอดคล้องกับความเจริญทางจิตใจและปัญญาไปพร้อมกัน

เมื่อนั้น วัฒนธรรมท้องถิ่น และ ประเพณีของเรา จะไม่สูญหายหรือถูกหลงลืม หรือถูกใช้อย่างผิดกาละเทสะ ซึ่งก็มีให้เห็นในปัจจุบัน

ความเจริญนั้น มีได้ในกระแสการอนุรักษ์ความเป็นไทย และการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาดั่งเดิมเหล่านั้น เพียงแต่เราไม่คิดจะรักษาไว้

ความเจริญ… ถูกมองเพียงแค่ได้กำเนิดนิคมอุตสาหรรม ให้ต่างชาติเข้ามาเป็นเจ้าของกิจการ ผู้บริหารประเทศก็คิดได้แต่เพียงว่า ..จะได้ให้ประชากรในท้องถิ่นได้มีงานทำ เพื่อเป็นการสร้างรายได้ คิดได้แค่นั้นเอง แต่ไม่ได้คิดถึงผลในระยะยาว ว่ามีผลดีและผลเสียอย่างไร

อันดับแรก คือ ทำลายภูมิปัญญาท้องถิ่นดั่งเดิมของเรา เพราะคนหนุ่มสาวสมัยใหม่ กลับมีค่านิยมการได้ไปเป็น ลูกจ้างใน โรงงาน”ว่ามีเกียรติกว่าการทำนา หรือทำสวน ทำไร่

โดยที่ไม่ได้คิดว่า ไม่ว่าจะทำตลอดทั้งชีวิตก็มีค่าเพียงแค่ “ลูกจ้าง” ในขณะที่ชาวต่างชาติก็กอบโกยกำไร และกดขี่คนไทยไว้แค่ สาวโรงงาน

ประเทศเรา แต่ละจังหวัด แต่ละท้องที่ มีดีต่างกัน ถ้าเรารู้จัก นำความเจริญ เข้ามาประกอบกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของแต่ละที่นั้น เราค่อยๆเริ่ม ภาครัฐฯต้องหันมาสนับสนุนให้ชาวนา ชาวไร่ ชาวสวนเหล่านั้น รู้จัก นำความเจริญของเครื่องจักร วิทยาการเหล่านั้น นำมาแปรรูปผลผลิต และเป็นสินค้าที่มีคุณภาพที่ทำให้ คนไทยในชาติก็ได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ และในขณะเดียวกันก็ส่งเสริมให้มีคุณภาพสูงขึ้นไปเรื่อยๆ

เราจะต้องรู้จัก “พัฒนา” ของเราเอง อย่าไปนำความเจริญที่เป็นของชาติอื่นมายัดเยียดใส่ตัว แล้วหลงระเริงว่า “ข้าอยู่กับความเจริญ” เพราะนั้นคือความเจริญที่ไม่ยั่งยืน ไม่ใช่ของเรา

แต่ถ้าเรารู้จัก พัฒนา ความเจริญ ด้วยคนในชาติกันเอง แล้วนำมาประยุกต์ใช้กับอาชีพ เพื่อส่งผลให้การประกอบอชีพนั้นๆ เกิดการพัฒนาด้วยศักยภาพของคนไทยเราเอง

คนไทยเราก็ไม่จำเป็นต้องเดินไปเป็น “สาวโรงงาน” แต่นำความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา กลับมาพัฒนาอาชีพตั่งเดิมของครอบครัว ของท้องถิ่น กลายเป็น เจ้าของกิจการที่เริ่มจากเล็กๆ ค่อยๆโตอย่างยั่งยืน

ทำให้ อู่ข้าวอู่น้ำของประเทศแต่ดั่งเดิม ยังคงอยู่ ควบคู่กับการนำความเจริญมาพัฒนา โดยเริ่มจาก การพัฒนาตนเอง ขวนขวายที่จะเรียนรู้ หมั่นศึกษาหาวิทยาการมาประยุกต์ใช้ก่อให้เกิดความเจริญได้ด้วย ” ฝีมือคนไทย”

การเกษตรของไทยแต่เดิม คือ การเกษตรแบบผสม หมายความว่า ที่รั้วก็กินได้ ในน้ำก็มีปลา มีไก่ มีพืชผักสารพัด ไม่นิยมทำการเกษตรแบบปัจจุบัน คือการเกษตรเชิงเดี่ยว ที่ อะไรขายดี ก็แห่กันปลูก จนผลผลิตล้นตลาด เกินความต้องการของการบริโภค ความจริงหลักการนี้ก็แก้ได้ เพราะหลายประเทศ อย่างฝรั่งเศส เขาปลูกไร่องุ่นกันทั้งแคว้นก็ยังมี

แต่เขารู้จัก ..พัฒนาคุณภาพของสายพันธุ์ แล้วรู้จักการแปรรูปผลผลิตให้มีคุณภาพ โดยจะต้องเริ่มจาก “คน” จะต้องมีคุณภาพ ถึงแม้นจะปลูกไร่องุ่น มาผลิตไวน์ แต่โด่งดังไปทั่วโลก เพราะเขาเริ่มจากการพัฒนาคุณภาพของคนเสียก่อน แล้วคนก็จะค้นคิดพัฒนาภูมิปัญญาของตน

แม้นแต่ฝรั่งชนชาติที่ เขาคิดว่าเขาก็มีความจริญ และเป็นประเทศที่มีอารยธรรมที่เก่าแก่ เขายังคิดที่รักษาภูมิปัญญาของเขาไว้ โดยที่ไวน์ราคาแสนแพงก็เริ่มมาจาก ผลผลิตทางการเกษตร

หรือแม้นแต่น้ำหอมราคาแพงจากฝรั่งเศส พื้นฐานของการผลิตก็เริ่มมาจาก การเกษตรที่ต้องหาสายพันธุ์ของไม้หอม หรือเปลือกไม้หอม นำมาผ่านกระบวนการสกัด จนกลายเป็นแหล่งผลิตน้ำหอมที่ขึ้นชื่อที่สุดของโลก

แล้วทำไมหล่ะคะ เมืองไทยเราก็มี ไม้หอม หลายสายพันธุ์ ที่มีกลิ่นไอเป็นเป็นเอกลักษณ์ของความเป็นตะวันออก ถ้าเรารู้จักพัฒนา และมีกระบวนการผลิตที่ดี แล้วรัฐบาลส่งเสริม ให้ความรู้ในทุกขั้นตอนผ่านนักวิชาการที่มีความรู้ นำความรู้กระจายสู่ท้องถิ่น

เรามีทุกอย่างที่ประเทศที่มีอารยธรรมอีกซีกโลกหนึ่งมี เพียงแต่ เราไม่มีอยู่อย่างเดียวคือ สำนึกของความกตัญญู เท่านั้นเอง

ฝรั่งเขาไม่เคยดูถูกคนไทยว่า ล้าหลัง หรือไร้อารยธรรม แต่เราคนไทยด้วยกันต่างหากที่ดูถูกกันเอง โดยการหันหลังให้กับความเจริญที่เรามี แต่กลับไปหลงระเริงกับค่านิยมที่ ไม่เคยมองถึงผลระยะยาวว่า แท้ที่จริงแล้ว เราจะเหลืออะไร

หรือแม้นแต่อาหารไทยของเรา “ต้มยำกุ้ง” ก็โด่งดังไปทั่วโลก

ในเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวบ้านเรา เราควรจะรักษาการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ไว้ให้ดี ความล้าหลังอย่างที่คนไทยมอง ตึกเก่าๆ บ้านไม้อายุเป็นร้อยปี ที่เรามองว่าเชยนั้นแหละ คือสิ่งทีฝรั่งมังคา ต้องการเดินทางมาดู

ขอให้เราเรียนรู้ ที่มาของวัฒนธรรมของเราให้ลึกซึ้งอย่างถ่องแท้ แล้วรู้จักอธิบายให้เขาเข้าใจมากกว่าสิ่งที่เห็นคือ ซากปรักหักพัง แล้วคนไทยต่างชิงกันไปนิยมสร้างหรือทำตัวให้เหมือนฝรั่ง เราต้องอย่าลืมว่า เขามาจากประเทศซีกโลกตะวันตก ความเป็นฝรั่ง ตึกฝรั่ง หรือ การจับมือถือแขนนั้น เขาชาชินมาแล้วตลอดชีวิต เขาถึงเดินทางมาสูดกลิ่นไอของอารยธรรมตะวันออก

พยายามอนุรักษ์ไว้เถิดค่ะ การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ทำให้เขารัก กับข้าวไทยๆ ขนมไทยๆ อย่างที่เราชื่นชอบเค็ก เบเกอรี่ หรือมักกาโรนี

แล้วในการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ๆนั้น พยายามที่จัดกิจกรรมให้ชาวต่างชาติมีส่วนร่วมรับรู้ถึง “แก่น”ของความเป็นไทย ว่าเราเป็นชนชาติที่มีที่มา มีรากเหง้า และวัฒนธรรมเก่าแก่ที่เราก็ภูมิใจ

ฝรั่งเขาจะรัก ต้มยำกุ้ง ฝรั่งเขาจะรัก ข้าวเหนียวมะม่วง และอื่นๆสารพัด

โปรดพึงระลึกไว้เถิดค่ะว่า ถ้าเขารักอะไรของเรา เราก็จะแทรกแซงนำผลผลิตของเราไปวางขายในประเทศทางซีกโลกโน้นได้ไม่ยาก เฉกเช่น เราเห็น เครื่องปรุงหรืออาหารแช่แข็งของหลากหลายประเทศทางซีกโลกทางโน้นเต็มซูปเปอร์มาร์เก็ตของบ้านเรา

นั้นแหละค่ะ.. คือที่มาที่จะทำให้เรา จะต้องใส่ใจต่อกระบวนการผลิต ได้สินค้าที่มีคุณภาพเพื่อส่งออกไปสู่ซีกโลกฝากโน้น แล้วประเทศของเรา จะไม่ใช่เป็นเพียง อู่ข้าว อู่น้ำของคนในชาติเพียงเท่านั้น

แต่เราสามารถที่จะเป็นอู่ข้าวอู่น้ำให้กับอีกหลายประเทศในโลกใบนี้

แล้วเรายังไม่ต้องถูกย่ำยีศักดิ์ศรีให้ กดอยู่ที่ ลูกจ้าง หรือสาวโรงงานไปตลอดชีวิต แต่เราจะค่อยๆเติบโตได้ด้วยตัวเอง ทุกคนพึ่งพาตนเองได้ เพราะเรามีทรัพย์อยู่ในดิน สินอยู่ในน้ำ เราสามารถเป็นเจ้าของกิจการกันได้ทุกครัวเรือน

แล้วเมื่อนั้น ชุมชนจะเข็มแข็ง จะลดปัญญาต่างๆในชุมชนนั้นๆได้อีกมากเลยทีเดียว

เขียนไว้ต้นปี 2550 เชยไปอย่างหนึ่งคือ อาหารไทยที่ขึ้นชื่อไปทั่วโลกอีกอย่างคือ มัสมั่น

 

 

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: