RSS

ยามเมื่อยินเพลงเศร้าลาวดวงเดือน เสมอเหมือน”วิยะฎา”มาประจักษ์

24 ส.ค.

 

ท่านผู้หญิงวิยะฎา กฤดากร อยุธยา

สตรีสูงวัยในชุดแต่งกายที่งดงามเหมาะสมกับทุกโอกาส ดวงหน้ายังคงเค้าความงามอย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง บุคลิค ท่วงท่าสง่างามต้องตาต้องใจแก่ทุกคนที่ได้พบเห็น แววตาแจ่มใส รอยยิ้มจริงใจบริสุทธิ์ และเสียงหัวเราะที่เบิกบาน เธอคือ “ท่านผู้หญิงวิยะฎา กฤดากร อยุธยา” อีกนานแสนนานเพียงใดที่จะมีกุลสตรีที่งามพร้อมทั้งกาย วาจา และใจที่ถวายหัวใจทั้งดวงเพื่อรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อย่างมั่นคงตลอดกาลเทียบเท่าเธอ

เด็กหญิงผิวขาวนวลละเอียด รูปหน้าสวยเด่นสะดุดตา ที่โรงเรียนเซ็นฟรังส์ซิสซาเวียร์คอนแวนต์ รุ่นพี่รุ่นน้องต่างรู้จักเธอเป็นอย่างดี โดยเฉพาะความสวยสดใส เป็นที่พอพระราชหฤทัยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงเป็นรุ่นน้องในโรงเรียนเดียวกัน เธอคือ “วิยะฎา” หรือ “เภา” ลูกสาวคนสุดท้องในจำนวนลูกๆ ๖ คนของพระยาราชวัลลภานุสิศฐ์ และคุณหญิงองุ่น

สาวสวยวิยะฎาได้รับการอบรมสมเป็นกุลสตรีโดยแท้ ทั้งกิริยา มารยาท วาจางดงามอ่อนหวาน เป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว เป็นที่ชื่นชมของคนทั่วไป อีกทั้งยังฝึกฝนวิชาการบ้านการเรือน ทั้งงานฝีมือ เย็บปักถักร้อย ประดิษฐ์ประดอยสิ่งต่างๆ รวมไปถึงการครัว ฝึกปรุงอาหารทั้งคาวหวาน และการคว้านแกะสลักผลไม้ แม้กระทั่งผลเชอรี่ที่เล็กแสนเล็ก เธอก็คว้านได้สวยงาม โดยที่ผลไม้นั้นไม่เคยช้ำเลยแม้แต่น้อยท่านผู้หญิงวิยะฎามีพรสวรรค์อยู่ในตัว จึงซึมซับความรู้ความสามารถได้อย่างดีเยี่ยม

หลังจบจากเซ็นฟรังส์ฯ แล้ว ท่านผู้หญิงเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเซ็นโยเซฟคอนแวนต์ และจบชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนราชินีบน เมื่อจบการศึกษาแล้วท่านผู้หญิงตั้งใจจะเป็นครู ช่วงที่รอเวลาอยู่นั้น ก็ได้เย็บเสื้อผ้าซึ่งเป็นงานที่โปรดปรานที่สุด

ในช่วงเวลานั้น คนไทยทุกคนต่างปลาบปลื้มปิติยินดีกับข่าวราชาภิเษกสมรสและการเสด็จนิวัติประเทศไทย ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งท่านผู้หญิงก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ปิติเป็นล้นพ้นอย่างเงียบๆ ทั้งนี้เพราะชื่นชมในพระสิริโฉมและพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์มาตั้งแต่สมัยเรียน แต่ด้วยคำสั่งของคุณแม่ที่มิให้คบหาพระองค์ท่านดุจเพื่อน เพราะจะเป็นการไม่เหมาะสม แต่แล้ววันหนึ่งท่านผู้หญิงกรัณฑ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา นางพระกำนัล ได้เชิญพระราชเสาวนีย์มาแจ้งแก่ท่านผู้หญิงว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เข้าเฝ้าฯรับสั่งว่า “ฉันเคยเห็นพี่เภาลูกสาวของพระยาราชวัลลภานุสิศฐ์ ที่เซ็นฟรังส์ฯเขาเป็นรุ่นพี่ฉัน และเป็นคนสวย” ท่านผู้หญิงวิยะฎาปลาบปลื้มใจเป็นยิ่งนัก จึงนำดอกกล้วยไม้ที่ปลูกไว้ในบ้านมาผูกช่อบูเก้ถวายในวันต่อมา

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงชวนท่านผู้หญิงให้มาทำหน้าที่นางพระกำนัล ถวายการรับใช้คู่กับท่านผู้หญิงมณีรัตน์ บุนนาค ซึ่งท่านผู้หญิงวิยะฎาเต็มใจอย่างยิ่งที่มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทนับจากวันนั้นจนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต เธอได้ปฎิบัติหน้าที่สมบูรณ์ดีพร้อมจนเป็นที่ชื่นชมตลอดมา

ด้วยวัยเพียง ๒๒ ปี อีกทั้งความงามที่โดดเด่น ท่านผู้หญิงจึงเป็นสาวสวยที่หนุ่มต่างหมายปอง หม่อมราชวงศ์ยงสวาสดิ์ กฤดากร มีโอกาสตามคุณแม่เข้าวังอยู่เสมอ สะดุดตากับความอ่อนหวานอย่างกุลสตรีไทย แต่ด้วยท่านผู้หญิงเติบโตในครอบครัวที่ดูแลลูกสาวอย่างเคร่งครัด การพบปะกันของสองหนุ่มสาวต้องอยู่ในสายตาผู้ใหญ่เสมอ หม่อมราชวงศ์ยงสวาสดิ์ ผู้ดีพร้อมทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ ก็ไม่เคยทดท้อ ได้พิสูจน์ความดีและความจริงใจจนเป็นที่ประจักษ์ ทั้งสองจึงตกลงใช้ชีวิตด้วยกัน โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานน้ำสังข์ในวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๐๔ 

ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานเลี้ยงน้ำชาเป็นเกียรติแก่ หม่อมราชวงศ์ยงสวาสดิ์ และท่านผู้หญิงวิยะฎา ณ ศาลาผกาภิรมย์ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

หลังจากแต่งงานไม่นานนัก ท่านผู้หญิงได้ให้กำเนิดบุตรีคนโต “ต้น” หรือ หม่อมหลวง ปิยาภัสร์ ซึ่งเป็นนามพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และบุตรชาย “ปืน” หรือ หม่อมหลวงชโยทิต ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานนามให้เพื่อความเป็นสิริมงคลยิ่งของชีวิต ครอบครัว”กฤดากร” ซึ่งเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เปี่ยมล้นด้วยความรักและความห่วงหาอาทร สายสัมพันธระหว่าง พ่อ-แม่-ลูก แน่นแฟ้น ยิ่งนัก แม้กระทั่งลูกทั้งสองแต่งงานมีครอบครัวของตนเอง ครอบครัว “กฤดากร” ก็ยิ่งอบอุ่นด้วยลูก หลาน รายล้อมคุณตา คุณยาย

ท่านผู้หญิงนับเป็นคุณแม่ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ลูกสาวและลูกชายของเธอได้รับการหล่อหลอมให้เป็นคนดี มีการศึกษา และมีจิตใจที่อารีต่อทุกคน แม้บางครั้งลูกต้องห่างแม่ เพราะแม่ต้องปฎิบัติหน้าที่ แต่ทั้งสองคนก็ไม่เคยน้อยใจ “แม่ไม่อยากทิ้งลูกไป แต่งานที่แม่รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทนั้น ยอมจากเป็นงานที่แม่เต็มใจ รักและภูมิใจจะทำแล้ว ยังช่วยประเทศชาติและประชาชนผู้ยากไร้ให้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น หากไม่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถแล้ว เมืองไทยก็ไม่มีวันอยู่เย็นเป็นสุขได้เท่าทุกวันนี้” คำพูดของคุณแม่นั้น ลูกทั้งสองคนของท่านจำได้ไม่มีวัยลืม และถือเป็นความภูมิใจใหญ่หลวงที่แม่เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับใช้ชาติ

ท่านผู้หญิงวิยะฎาไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยเลย แต่กลับรู้จักคุณค่าของเงินและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในสมัยที่ลูกทั้งสองยังเด็ก เธอจะหาซื้อผ้าดีๆ ก้นไม้ที่เหลือเศษเพียง ๕๐ ซม. จากแขกขายผ้าในราคาเพียง ๑๐ บาท เป็นประจำ เมื่อผ้าดีๆได้รับการออกแบบและตัดเย็บด้วยฝีมืออาชีพอย่างเธอ ทั้งลูกสาวและลูกชายจึงมีชุดสวยใส่ไม่น้อยหน้าใคร นอกเหนือจากบทบาทหน้าที่ของแม่และภรรยาที่ดีของครอบครัวแล้ว หน้าที่ของนางพระกำนัลก็ทำได้ดีไม่มีบกพร่อง ท่านผู้หญิงตามเสด็จฯถวายการรับใช้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทั้งในและต่างประเทศ ทำงานด้วยความเข้มแข็ง ต่อมาพระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้เป็นนางสนองพระโอษฐ์ ทำหน้าที่ออกแบบและจัดเตรียมฉลองพระองค์ให้เหมาะสมกับโอกาสต่างๆด้วยพรสวรรค์ทางศิลปะอันเป็นเลิศ ท่านผู้หญิงยังออกแบบย่านลิเภา ตกแต่งให้สวยงาม และยังได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้มีหน้าที่ดูแลจัดเตรียมที่พักให้พระราชอาคันตุกะ ซึ่งเธอทำหน้าที่ได้ละเอียดรอบคอบ แม้กระทั้งความร้อนหรือความเย็นไปน้อยไปของเครื่องปรับอากาศเธอก็ยังเอาใจใส่เสมอ

ด้วยความที่เชี่ยวชาญในเรื่องสวยๆงามๆ ของเสื้อผ้ามานาน จึงได้รับหน้าที่เป็นแม่งานจัดแฟชั่นโชว์ โดยนำนางแบบสมัครเล่น คือ พี่ๆน้องๆ เพื่อนร่วมงานมาสวมชุดมัดหมี่ที่ออกแบบอย่างสวยงาม เดินแฟชั่นโชว์จนเป็นที่สนุกสนานและประสบความสำเร็จทุกครั้ง

อีกหนึ่งความสามารถอันเป็นที่ขึ้นชื่อลือชาของท่านผู้หญิงคือ การรำฟ้อน ฟ้อนได้สวยงามมาก สง่างาม ยามฟ้อนบ่าของเธอตรงเหมือนช่างฟ้อนชาวเหนือทีเดียว ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเพลง “ลาวดวงเดือน” และได้เห็นท่วงท่าการฟ้อนของเธอ ทุกคนประทับใจไม่มีวันลืม โดยเฉพาะการฟ้อนครั้งสุดท้ายที่บ้านละเวง จัวหวัดนราธิวาส ค่ำคืนนั้นพระจันทร์ส่องสว่างสะท้อนผืนน้ำที่พลับพลา แสงงามระยับ ท่านผู้หญิงแม้ในวัย ๖๖ ปี ก็ยังคงฟ้อนได้งามสง่าทุกท่วงท่ารับกับเพลงลาวดวงเดือนได้อย่างสวยสดงดงาม เธออยู่ในชุดสีครีมอ่อนเกือบขาว ฟ้อนด้วยสีหน้าเป็นสุขยิ่ง โดยมิมีใครล่วงรู้ว่าจะได้ชมฟ้อนที่สวยงามที่สุดเช่นนี้เป็นครั้งสุดท้าย

งานทุกอย่างที่ทำถวายสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เธอทำด้วยความเต็มใจและระลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์เสมอ ลูกทั้งสองคนจดจำได้ขึ้นใจว่าแม่พูดเสมอ…”ถ้าแม่ไม่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้ามาทำงาน แม่ก็คงไม่ได้พบพ่อ ได้มีความสุขเช่นนี้ ได้มีครอบครัวขึ้นมา ได้มีโอกาสตามเสด็จฯในที่ต่างๆได้พบได้เห็นสิ่งที่เป็นประสบการณ์มากมาย และมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พระราชกรณียกิจทั้งหลายทั้งปวงที่ทรงทำเพื่อประเทศชาติและประชาชนสำเร็จลุล่วงลงได้ แม้จะเป็นส่วนเล็ก เปรียบเหมือนกับน๊อตตัวเดียวในเครื่องจักรใหญ่ แต่ก็เป็นโอกาสที่น้อยคนจะได้มี”

เธอจึงตามเสด็จฯ ทุกครั้งไม่เคยทดท้อ ไม่ว่าจะต้องบุกป่าฝ่าดงถิ่นทุรกันดารแค่ไหน สตรีผู้สง่างามดุจนางพญาคนนี้ก็สามารถทำได้ทุกอย่างด้วยความจงรักภักีดยิ่งชีวิต ทุกหนแห่งที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนิน ท่านผู้หญิงก็พร้อมจะตามเสด็จฯเสมอ ไม่ว่าจะต้องเสี่ยงภัยหรือต้องแลกด้วยชีวิตก็ตามที

ท่านผู้หญิงวิยะฎางดงามทุกท่วงท่า งามสง่าในทุกความทรงจำ สมญานามที่ว่า B to B หรือ Born to be beautiful เป็นความจริงยิ่งนัก ความงามนั้นเกิดมาคู่กับเธออย่างแท้จริง “สวยเสมอ-สาวเสมอ” คือคำที่เพื่อนพ้องกล่าวถึงท่านผู้หญิงด้วยความชื่นชม

วันนี้ แม้เข็มนาฬิกาแห่งชีวิตของท่านผู้หญิงวิยะฎา กฤดากร ณ อยุธยา ได้หยุดนิ่งอย่างสงบแล้ว ตลอดเวลา ๖๖ ปีที่ผ่านมา สตรีผู้มีเรือนกายที่งดงาม วาจาอันไพเราะ อ่อนหวาน จิตใจสะอาดบริสุทธิ์ ได้ประกอบคุณงามความดีมาตลอดชีวิต ทุกคนยังคิดถึงเธอเสมอ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ยังทรงรำพึงถึงท่านผู้หญิงวิยะฎาว่า..”.เขาเป็นเพื่อนที่ไม่เคยทิ้งฉันเลย”

เสียงเพลง”ลาวดวงเดือน” ที่เธอเคยฟ้อนรำแว่วดังกังวานมากับสายลม ฟังดูแสนเหงาและวังเวงเหลือเกิน ..เสียงหัวเราะอันสดใสของเธอแจ่มชัดเสมอในความทรงจำ..เนิ่นนานเพียงใด…ใครจะลืมเธอได้ลง…”วิยะฎา” สตรีผู้งดงามและมีความดีเป็นแก่นแท้แห่งชีวิต ดุจดั่งเป็นเม็ดงามที่จะส่องแสงแวววาวในหัวใจเราตราบนิรันดร์

โอ้ละหนอดวงเดือนเอย
พี่มาเว้ารักเจ้าสาวคำดวง
โอ้ดึกแล้วหนอพี่ขอลาแล้ว
อกพี่เป็นห่วงรักเจ้าดวงเดือนเอย
ขอลาแล้วเจ้าแก้วโกสุม
พี่นี้รักเจ้าหนอขวัญตาเรียม
จะหาไหนมาเทียมโอ้เจ้าดวงเดือนเอย

การฟ้อน”ลาวดวงเดือน”ครั้งสุดท้ายหน้าพระที่นั่ง บ้านละเวง นราธิวาส

 

การสวดพระพิธีธรรมอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์
ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
และ
ภาพสุดท้ายของท่านผู้หญิงวิยะฎา กฤดากร อยุธยา ก่อนที่เฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งตกในหัวค่ำของวันนั้น
 

สองแขนเคยกรายร่ายฟ้อน สองกรเคยจัดหัตถศิลป์

สองบาทย่ำไปในแผ่นดิน ตามเสด็จนวมินทราชินี

เธอผู้อรชรอ่อนช้อย เรียบร้อยและรักในศักดิ์ศรี

เธอผู้เมตตาเอื้ออารี เป็นคนงามคนดีที่คนรัก

ยามเมื่อยินเพลงเศร้าลาวดวงเดือน เสมอเหมือน”วิยะฎา“มาประจักษ์

แม้บทเพลงบทนั้นแสนสั้นนัก แต่จำหลักอยู่ในใจใครทุกคน

บัดนี้เธอคงเดินทางท่ามกลางบุญ อบอุ่นอิ่มด้วยใจใฝ่กุศล

ไม่มีทุกข์ใดประสบพบผจญ สถิตบนเมืองแมนนานแสนนาน

……………

จะหาไหนมาเทียม โอ้เจ้าดวงเดือนเอย

 

 

 

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: