RSS

“มอญซ่อนผ้า ซ่อนเคียว ซ่อนเข็มไว้ข้างหลัง”

23 ส.ค.

 

 ” มอญซ่อนผ้า…ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ใครเผลอไม่คอยระวัง ตุ๊กตาอยู่ข้างหลังระวังจะถูกตี…”

คนมอญนั้นสั่งนักสั่งหนามาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย ทั้งห้ามลูกห้ามหลานเป็นคำขาดว่าไม่ให้เล่นตุ๊กตา (ผู้เขียนเองแม้บัดนี้โตเป็นหนุ่มใหญ่แล้วก็ยังไม่เคยเล่นตุ๊กตาและหุ่นยนต์เลย-ไม่ทราบเหตุผลแต่ก็ยอมทำตามโดยดี) อีกทั้งเรื่องที่ “มอญซ่อนผ้า” ก็เป็นจริงดังที่คนไทยว่า แต่จะด้วยเหตุผลใดนั้นคงไม่สามารถสรุปให้แน่ชัดลงไปได้ สิ่งที่เป็นรูปธรรมชัดเจน คือการซ่อนผ้าผีในหีบเก่าคร่ำคร่า ทว่าแฝงไปด้วยกุศโลบายสอนลูกสอนหลานให้รู้คุณค่าของคน แต่หากจะกล่าวแบบนามธรรมแล้ว ก็เป็นเพราะมอญได้สูญเสียเอกราชมากว่า ๒๔๘ ปี จำเป็นต้องเก็บสั่งสมศิลปวิทยาการใส่ผ้าห่อเอาไว้ รอวันที่ฟ้าจะมีหงส์ รอวันให้หงส์คืนรังเหมือนเมื่อบ้านเมืองยังดี เมื่อนั้น “มอญ” จะไม่ “ซ่อนผ้า” อีกต่อไป

องค์ บรรจุน

 

แหม—อ่านเจอประโยคนี้แล้วอยากจะขอนั่งสนทนากับผู้เขียนท่านนี้เสียจริงๆ    เพราะเรื่องมอญซ่อนผ้า การละเล่นของเด็กไทยในอดีตนั้น  ฉันเคยโดนเพื่อนๆล้อเลียนอยู่ประจำ เหตุเพระเขารู้ว่าเราเป็นคนมอญ   ก็จะนำกลับมาถามที่บ้านว่า ทำไม  –ถึงต้องเป็น “มอญ”ซ่อนผ้า  ปู่ก็บอกว่า เขาล้อเลียนเราเท่านั้นเอง  ไม่ใช่มรดกทางวัฒนธรรมของชนชาติมอญแต่อย่างไร 
 

ส่วนเรื่องการที่ผู้ใหญ่ห้ามเราเล่นตุ๊กตานั้น  ก็เช่นกันเพราะฉันเองที่บ้านก็ห้ามไม่ให้เล่นตุ๊กตา ไม่เคยมีตุ๊กตาในบ้านเช่นกัน นับว่าเป็นความเก็ยกดมากสำหรับชีวิตในวัยเด็ก  เมื่อตอนที่อยู่บ้านพ่อ   เพราะถูกห้ามไปหมด  ยิ่งเราเป็นเด็กผู้หญิงกับเล่นตุ๊กตามันเป็นของคู่กัน  แต่กลับไม่เคยได้เล่น   ฉันเลยหันไปติดหนังสือ สะสมหนังสือแทนการสะสมตุ๊กตาตามวัยตั้งแต่ยังเด็ก 

ส่วนเหตุผลนั้น ฉันพอทราบมาว่า การที่คนมอญนับถือผี

บรรพบุรุษนั้น  มีการเชิญผีปู่ย่าตายายไว้ที่เสาเอกของบ้าน  ซึ่งที่บ้านของฉันก็มี   และต้องมีการตั้งเครื่องเซ่นสังเวยเป็นประจำทุกวัน    พ่อบอกว่า บ้านเรานับถือผีเต่า   อันนี้จะเป็นอีกหนึ่งความรู้ที่แตกต่างกันระหว่างของฉันกับผู้เขียนที่เขียนไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่าของใครผิด เพราะเรื่องนี้ไม่มีข้อสรุป เป็นความเชื่อแต่โบราณ  คือบรรพบุรุษเราไม่กินเต่า  เพราะเชื่อกันว่าเต่าเป็นสัตว์อายุยืน   จนทุกวันนี้ก็ยังมีสระเลี้ยงเต่าที่อายุยาวนานมากไว้อยู่  ยังคงอยู่จนกระทั่งวันนี้  

และพ่อห้ามไม่ให้เล่นตุ๊กตา  เพราะคนมอญโบราณเชื่อกันว่า วิญญาณไม่ดีจะสิงสถิตย์มากับตุ๊กตาได้นั้น เป็นการนำสิ่งไม่ดีเข้ามาในบ้าน ตั้งแต่ฉันยังเด็ก  ฉันได้ยินพ่อพูดแบบนี้เสมอ ปู่ย่าก็บอกเช่นกัน   อันนี้จะเป็นกุศโลบายในการประหยัดแอบแฝงไว้ด้วยหรือเปล่าฉันก็คิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้   แต่โดนห้ามกันทุกคนรวมทั้งคุณด้วย  ดังนั้น–คงไม่ใช่กุศโลบายในเรื่องเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวแน่นอน 

ซึ่งตรงนี้จะตรงกับภูมิปัญญาคนเก่าๆที่สอนมาทางคุณเช่นกันว่า เมื่อก่อนเราไม่ได้ยกเรื่องบาปบุญคุณโทษมาอ้างเพื่อใช้สอนเด็กๆ  แต่โดนขู่เรื่องผีสางมาตลอด เช่นห้ามเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืน เพระเดี๋ยวผีจะมาลักพาตัวไป ไม่ได้กลับมาอยู่กับพ่อแม่อีก

เด็กๆเจอขู่แบบนี้ ก็ขี้คร้านจะเกรงกลัวแล้วไม่กล้าเล่น   คือเอาผีมาอ้างไว้ก่อน  จะได้กลัว แต่เท่าที่ฉันเข้าใจในตอนนี้ น่าจะเป็นเรื่องของความควร ไม่ควรเสียมากกว่า เพราะกลางคืน มาปิดไฟเล่นซ่อนแอบกัน   คนหาก็จะทำตัวเหมือนเป็นผี  เราๆเด็กๆก็ขวัญอ่อนกันอยู่แล้ว  เล่นเสร็จพอนอนกลางคืนก็—ผวาหวาดกลัว ร้องไห้กันไปตามๆกัน  และอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ปิดไฟเล่นซ่อนแอบตอนกลางคืน ข้าวของในบ้านเสียหายประจำ เพราะมองไม่เห็น  ไม่ทันระวัง รักแต่จะเล่นอย่างเดียว   ดังนั้นโดนขู่เรื่องผี ทำให้ชะงักไปได้เช่นกัน

และฉันเชื่อเหมือนคุณในเรื่องกุศโลบายที่แยบยลของผู้ใหญ่  ที่จะสั่งสอนไม่ให้เราลืมชาติ   ฉันมักจะพูดอยู่เสมอว่า  มอญ…ไม่มีประเทศ ไม่มีในแผนที่โลกในปัจจุบัน ถ้าอยากจะหาดูว่ามอญเคยอยู่ตรงไหน จะต้องไปหาอ้างอิงเอาจากแผนที่ทางประวัติศาสตร์เท่านั้น   ฉันเป็นคนที่มีเชื้อสายมอญที่เจือจางเต็มที แต่ฉันมั่นใจว่า “ความเป็นมอญ” เข้มข้นอย่างมากในจิตวิญญาณของฉัน  
เป็นเพราะการถูกปลูกฝังมานั้นเอง  ฉันไม่เคยลืมที่มาของตนว่าเป็นเพียงแค่ชนกลุ่มน้อยในประเทศไทยแห่งนี้เท่านั้น  ยอมรับด้วยความภาคภูมิใจ และขมขื่นระคนกันอยู่ในที  เหตุเพราะมอญไม่มีประเทศให้ฉันได้เห็นธงหงสาปลิ้วพริ้วสบัดเหนือแดนดินชเวดากองอีกต่อไป  

ฉันเคยไปยืนอยู่  ณ ที่แห่งนี้กับพ่อ  พ่อบอกฉันเสมอว่า  ชเวดากองเป็นของเราคนมอญ  พ่อมองด้วยความเจ็บปวดซึ่งก็คงจะได้รับการถ่ายทอดความรู้สึกเช่นนี้จากรุ่นสู่รุ่นนั้นเอง  แต่พ่อไม่เคยสอนให้ฉันรู้สึกเกลียดชังพม่าแต่อย่างไร  สอนให้รับรู้ความเจ็บปวดและความเป็นจริง แล้วยอมรับอยู่กับความเป็นจริงที่เจ็บปวดนั้น   เป็นคนอดทน อดกลั้นกับทุกสิ่ง

ฉันถึงเข้าใจถึงสภาพหัวใจของคนที่สูญเสียอย่างดี  

คุณองค์ บรรจุนคะ  มอญไม่เหลือประเทศให้เราเรียกได้อีกก็ตาม ไม่มีประเทศมอญอีกแล้วก็ไม่เป็นไร เราเรียนรู้ทุกความรู้สึกจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา ไว้สอนตนและเตือนตนเองว่า ไม่ว่าจะอย่างไร  ความเป็น “มอญ” จะยังคงอยู่ในหัวใจ  ในสายเลือดของพวกเราไม่มีวันเปลี่ยนแปลง   และฉันคนหนึ่งที่จะพยายาม อนุรักษ์และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของชนชาติมอญควบคู่กับวัฒนธรรมไทย  ดินแดนที่มีบุญคุณกับพวกเรา ให้ที่อยู่ที่กินอย่างร่มเย็นผาสุขมาโดยตลอด

แต่ประโยคนี้ของคุณ— เจ็บปวด  กรีดลึกที่หัวใจเหลือเกินค่ะ

คือการซ่อนผ้าผีในหีบเก่าคร่ำคร่า ทว่าแฝงไปด้วยกุศโลบาย
สอนลูกสอนหลานให้รู้คุณค่าของคน แต่หากจะกล่าวแบบนามธรรมแล้วก็เป็นเพราะมอญได้สูญเสียเอกราชมากว่า ๒๔๘ ปีจำเป็นต้องเก็บสั่งสมศิลปวิทยาการใส่ผ้าห่อเอาไว้ รอวันที่ฟ้าจะมีหงส์รอวันให้หงส์คืนรังเหมือนเมื่อบ้านเมืองยังดี เมื่อนั้น “มอญ” จะไม่ “ซ่อนผ้า”อีกต่อไป

ถ้าคุณได้มาอ่านสิ่งที่ฉันเขียนต่างๆไว้มากมาย  พยายามที่จะให้ยุวชนและคนในชาติของไทย หันมาดูแลและหวงแหนรากเหง้า ศิลปวัฒนธรรมของตนเองนั้น   มันมีที่มาจากรากเหง้าของความขมขื่นที่ฉันเคยได้รับการถ่ายทอดถึงความเจ็บปวดที่ต้องสูญเสียประเทศมาแล้วนั้นเอง 

ฉันไม่เคยได้อยู่กับช่วงเวลาแห่งความสูญเสียนั้น  แต่ไม่ยากเกินไปที่จะทำความเข้าใจเรื่องราวด้วยหัวใจ   จนทุกวันนี้ฉันมีเพื่อนสนิทเป็นคนญวณ  เขาก็บอกกับฉันว่าประเทศญวณไม่มีแล้วนะ มีแต่เวียตนาม  ฉันก็ได้เห็นแววตาแห่งความเจ็บปวดจากบุลคลเหล่านี้เช่นกัน   เขาเคารพต่อ ท่านโฮจิมินท์อย่างถวายชีวิต  เพราะครอบครัวของเขาเป็นครอบครัวของนายทหารเก่าแก่ระดับนายพลข้างกายของท่านโฮจิมินท์   ทุกวันนี้เขาก็กราบไหว้รูปปั้นท่านโฮ หรือ “ลุงโฮ” เยี่ยงเทพเจ้า 

ความเคารพสักการะเกิดจากความรักในชาติของเขาเช่นกัน  รุ่นเพื่อนของฉันนั้นเป็น(นับรุ่น) เจนเนเรชั่นที่ ๓ แล้วที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินไทย  แต่เขายังคงธำรงและรัก และพร้อมที่จะระดมกำลังทรัพย์และกำลังสมองสติปัญญาเพื่อช่วยเหลือชาติที่เป็นรากเหง้าของเขาเองอยู่เสมอ

จนทำให้ฉันรู้สึกว่าเด็กไทยสมัยนี้ไร้สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจในความรักและหวงแหนในชาติของตน  ฉันโทษเรื่องการปลูกฝังเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว  เรื่องสำคัญที่ควรจะทำแต่กลับถูกละเลย  ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป แม้แต่การละเล่นของเด็กไทยก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย  เกมส์คอมพิวเตอร์ที่มีแต่การต่อสู้ รบราฆ่าฟัน   เป็นแหล่งบ่มเพาะความกร้าวร้าวในใจเด็กอย่างดีทีเดียว  ไม่เหมือนเช่นภูมิปัญญาสมัยก่อนที่ประยุกต์ข้าวของต่างๆหาได้ใกล้ตัว  มาเป็นอุปกรณ์การละเล่นของเด็กไทย หาง่ายๆ ทำง่ายๆ ความเรียบง่าย  ใกล้และผูกพันกับธรรมชาตินั้น ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดว่าเด็กที่เล่นของเล่นแบบเก่าก่อนนั้นจะไร้สมองกว่าเด็กที่เล่นเกมส์รบราฆ่าฟันกันในคอมพิวเตอร์แต่อย่างไร

ฉันต้องการให้คนไทยเห็นคุณค่าของสิ่งที่ตนมีนั้น รักษาธำรงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ที่ดีงามของชาติ  เพราะชาติไทยนั้น กว่าจะมีวันนี้ก็ผ่านความเจ็บปวดมาสารพัน บทเรียนมีมากมายที่จะสอนและเตือนใจ   อย่าให้สายเกินไปจนวันหนึ่งกว่าจะย้อนคิดได้  ก็สายเสียแล้ว  เพราะจะไม่มีสิทธิที่จะพูดหรือเขียนประโยคเดียวกับที่คุณองค์ได้เขียนไว้  เหตุว่า พวกเราไม่ปกป้องและรักษาความดีงามของชาตินั้นไว้เอง  เราเดินไปเป็นทาสทั้งทุนนิยม ลัทธินิยมและวัตถุนิยม ตามกระแสของโลกที่เห็นพ้องกันว่านั้นคือ ความเจริญ

แต่ถ้าเราใช้ความเจริญนั้นอย่างไม่ระมัดระวัง   ความเจริญต่างๆเหล่านั้นจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความดีงามที่บรรพบุรุษในชาติสะสมกันมาช้านานจนหมดสิ้น 

ขอให้ใช้ “ความเจริญ” นั้นอย่างเข้าถึงแก่นแท้ของที่มา  เลือกและรับมาใช้ให้สอดคล้องกับรากเหง้าที่มาของตนเอง และนำพาเอกลักษณ์ที่มาของตนเดินไปพร้อมกับ “ความเจริญ” ต่างๆนั้นได้อย่างลงตัว

โดยส่วนตัวนั้น ฉันก็มีเรื่องราวของมอญที่อยากจะเขียนเช่นกัน  ฉันไมได้มีความรู้อะไรมากนักเกี่ยวกับ ความเป็น มอญ  เพราะอยู่ใกล้ชิดกับ..พ่อ และอาโนก น้อยมากเหลือเกิน  มิแก่ ก็ดุ จนเราเข้าหน้าไม่ติด

แต่อยากจะเขียนรวบรวมทุกอย่างที่พ่อเคยสอน  บางทีก็นึกไม่ออก พอมีคนมาจุดประกาย อย่างที่คุณองค์ บรรจุน เขียนเรื่องมอญซ่อนผ้านั้น ก็ทำให้ฉันนึกถึงอะไรขึ้นมาได้หลายอย่าง

ฉันยังไม่ได้เขียนลงไปอีกว่า..คำว่ามอญซ่อนผ้านั้น อาโนกเคยพูดด้วยความเจ็บปวดอีกว่า

เป็นการเปรียบเทียบ เหมือนกับไม่ไว้ใจคนมอญเท่าไหร่นัก เพราะจะเป็นสำนวนเปรียบเทียบ  เพราะคนมอญนั้นเป็นคนฉลาด หลักแหลม และมีปฎิภาณไหวพริบดีเลิศ นับตั้งแต่..การเข้าร่วมในการรบครั้งสำคัญๆต่างในอดีต กองกำลังของไทยนั้นได้รับแรงสนับสนุนทั้งกำลังแรงกายแรงใจจากคนมอญที่อพยพมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารแผ่นดินไทย

และฉันมาได้ฟังอาโนกเล่าถึงความขมขื่นของเจ้าจอมมาดาซ่อนกลิ่น คชเสนี  แล้วทำให้รู้สึกว่า..การที่เราพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างอย่างเต็มกำลังความสามารถ  และด้วยความเฉลียวฉลาด และมีชัยชนะในการรบนั้น  เปรียบเสมือนเป็น ดาบสองคม

รุ่นบรรพชนของเราต้องอาศัยอยู่ในแผ่นดินนี้..ด้วยความขมขื่น แต่เป็นอีกหน้าในประวัติศาสตร์ที่ไม่มีการกล่าวถึง ความจงรักภักดี และความเก่งกาจในการรบ กลายเป็นความหวาดระแวง  เพราะขุนนางไทยสมัยนั้น ที่พยายามคิดว่า คนมอญอาจจะคิดไม่ซื่อกับแผ่นดินไทย

ทำให้ฉันรู้สึกสงสาร เจ้าจอมมารดาซ่อนกลิ่น ท่านนัก ท่านเป้นสตรีมอญที่พูดได้ทั้งภาษามอญ พม่า ไทย อังกฤษอย่างแตกฉาน ท่านเป็นคนฉลาด ในเรื่องราชกิจการเมือง ไม่ใช่งานบ้านงานเรือน  ความเก่ง เฉลียวฉลาดทำให้ท่านอยู่ยาก

ทุกวันนี้ก็กราบไหว้ท่านอยู่ และจะพยายามมีความอดทน อดกลั้นให้ได้เหมือนท่าน มีท่านเป็นแบบอย่างอยู่หลายกรณีค่ะ

และฉันก็ต้องรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาติดอยู่ที่คอ จุกอก อยากร้องไห้..ให้กับความข่มขื่นที่ท่านได้รับมาตลอดชีวิต

เมื่อท้ายสุด..ทายาทสายตรงของท่านมิใช่หรือ ที่คิดจะกอบกู้พระราชอำนาจถวายคืนแด่พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗  จากคณะราษฎร ..ซึ่งเป็นข้าราชการในพระองค์ที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจส่งให้ไปศึกษาเล่าเรียนถึงต่างประเทศในยุโรป แต่กลับคิดทรยศต่อราชบัลลังก์

และ..บรรพชนคนมอญของเราก็ได้ชื่อว่า เป็น กบฎ  คำๆนี้น่าจะสะเทือนใจและเป็นชนักติดหลังพวกเรามาจนถึงอนุชนรุ่นหลัง แต่ฉันกลับไม่รู้สึกเช่นนั้น  เพราะเรา เป็นกบฏต่อคนที่คิดล้มล้างราชบัลลังก์  เพราะห้วงเวลานั้น..ฉันเองก็ไม่เชื่อว่านั้นคือหนทางที่ประเทศไทยจะเดินไปสู่การเป็นประชาธิปไตยอย่างจริงใจ

นี้แหละค่ะ วีรกรรมของสายเลือด ที่ถูกตราหน้าว่าอาจจะคิดไม่ซื่อ มอญอาจจะคิดเป็นใหญ่ในแผ่นดินสยาม ด้วยว่าตนเองไม่มีแผ่นดิน ไม่มีเอกราชของความเป็นชาติ

นั้นคืออีกหนึ่งที่มาของ มอญซ่อนผ้า ซ่อนเคียว ซ่อนเข็มไว้ข้างหลัง”

ซึ่งคำนี้..กลายเป็นความเจ็บปวดของบรรพชนของเรามาช้านาน  แต่..บรรพชนคนมอญของเรา  พระองค์ท่าน /ท่าน ก็ได้พิสูจน์พระองค์/ตัวเองแล้วว่า จะจงรักภักดีต่อราชบัลลังก์ และ แผ่นดินไทยจนชีวิตจะหาไม่

ซึ่งก็สอดคล้องกับสิ่งที่พ่อของฉันสั่งสอนมาว่า…เราเป็นหนี้บุญคุณแผ่นดินไทย  และจะต้องรู้จักคำว่า กตัญญู เพราะคนที่เนรคุณ ไม่มีวันทำการสิ่งใดเจริญไปได้

ดังนั้น ในฐานะที่ฉันเป็นเพียงผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ..ไม่ได้มีศักยภาพทางทหาร หรือการรบ ไม่สามารถช่วยเหลือป้องกันประเทศได้แบบนั้น ก็คิดว่า..เราจะต้องช่วยเหลือประเทศไทย ในฐานะที่เราเป็น คนไทย..เชื้อสายมอญ

ทำอย่างไร ยุวชนรุ่นหลังเรานี้ จะรู้สึกสำนึกและห่วงแหนแผ่นดินที่เขาเกิดและอยู่อาศัยมาจนเติบใหญ่  .. ชาตินิยมจะต้องเกิดหลังจากการสูญเสียเท่านั้นเองหรือ!!!

 

บันทึกไว้เมื่อต้นปี ๒๕๕๐

 

ป้ายกำกับ: , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: