RSS

เหตุเกิด วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2009 จากปักกิ่ง ถึง ฮ่องกง

14 พ.ค.

 

วันที่  1 ตุลาคม ค.ศ. 2009 นอกจากจะเป็นวันครบรอบ 60 ปีของสาธารณประชาชนจีนแล้วนั้น ยังเป็นวันที่ทำให้ความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของฉันกับเพื่อนพันธมิตรที่แสนดีคนหนึ่งแทบจะขาดสะบั้นลงด้วยเช่นกัน ไม่สิ..สะบั้นลงไปแล้ว  เพาะแค่การรับแอดกันใน FaceBook ยังกระเทือนไปด้วย

จากเดิมที่เป้นเพื่อนกัน แม้นจะอยู่ต่างประเทศ ต่างเมืองกัน สายใยของความเป็นเพื่อนไม่เคยขาดช่วงหรือ ระยะทางทำให้ความสัมพันธ์ต้องห่างเหินลงเลย  เราเห็นความเคลื่อนไหวซึ่งกันและกันผ่านสังคม social network  ดูความเคลื่อนไหวของลูกๆหลานๆจากสองครอบครัวผ่านการใช้งานอินเตอร์เนต  โทรศัพท์คุยกันเมื่อบางเรื่องเข้าใจไม่ตรงกัน

เพราะเราอยู่ไกลกัน เราถึงพยายามใช้การสื่อสารที่มีอยู่ทุกรูปแบบ สานสายใยสายสัมพันธ์ให้เสมือนว่า พวกเราอยู่ด้วยกันในแทบจะทุกเหตุการณ์ 

ในระยะทางที่ห่างไกลนั้น เราใกล้ชิดกันเสมอในความผูกพันธ์

ฉันไม่สบายหนัก เพื่อนที่ฮ่องกงจะโทรศัพท์มาสั่งให้เพื่อนในเมืองไทยที่เธอไว้ใจ ให้ไปเยาวราชเพื่อไปซื้อยาจีนตามที่เธอตั้งใจจะให้ฉันได้กินเพื่อบรรเทาความเจ็บปวด เวลาที่กลุ่มเพื่อนในก๊วนของเราเสียชีวิต  เธอ..รีบจัดกระเป๋าทิ้งลูกสาวสุดแสนน่ารัก 3 คนไว้กับสามี และอธิบายว่า มีความจำเป้นต้องมาเมืองไทย

จะร้อน จะหนาว เจ็บไข้หรือตายจากกัน  พวกเราไม่เคยห่างกันตามระยะทางเลย

และกับแค่วันๆหนึ่งในปฎิทินสากลทั่วไป คือวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 2009 คือวันอะไร และทำไมต้องสะเทือนถึงมิตรภาพระหว่างเพื่อนที่แสนดีสองคนนี้ด้วย

เธอรับไม่ได้เอาเสียเลย ที่ฉันมีความสัมพันธ์อันดีกับหลายภาคส่วนที่ ปักกิ่ง

จากเริ่มที่คบกันเราเจอกันเพราะ เราเป็นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเหมือนกัน เรามีอุดมการณ์ต่อชาติเกิดเมืองนอนเดียวกัน คือต้องการปกป้องสถาบันสูงสุด และขับไล่คนที่ทรยศต่อหน้าที่ของตนซึ่งอยู่ในฐานะผู้นำประเทศ  ดังนั้นในรายละเอียดของความสัมพันธ์ใกล้ชิดของฉันกับ ปักกิ่ง จึงไม่เคยอยู่ในบทสนทนาของกลุ่มก๊วนเท่าไหร่นัก  จะเป็นการวิเคราะห์เหตุการณ์ทางการเมืองภายในประเทศไทยในห้วงเวลานั้นๆเสียมากกว่า

เวลาเดินเข้ามาใกล้วันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ.2009 ไปเรื่อยๆ โดยที่ฉันไม่เคยเฉลียวใจแม้นแต่น้อยว่า เวลาของมิตรภาพที่แสนดีกำลังจะจบลงด้วยเช่นกัน

เพื่อนคนนี้เธอรับไม่ได้เลย ที่ฉันไปร่วมงานฉลองวันชาติจีน ณ สถานเอกอัครราชฑูตจีนประจำประเทศไทยอย่างเป็นทางการ แต่ในสายวันนั้นฉันไปร่วมรับเสด็จฯสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงร่วมเฉลิมฉลองวันชาติจีน และทรงตัดลูกนิมิตร ที่ วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ อ.บางบัวทอง  จะเรียกว่าวัดข้างบ้าน บ้านข้างวัดก็ได้นะ

เพราะในวันเวลาที่ฉันร่วมฉลองครบรอบ 60ปี แห่งการสถาปนาวันชาติจีน แต่เธอไปร่วมเดินขบวนกับ Lee Cheuk-yan ซึ่งเป็นนักเคลื่อนไหวทางสิทธิมนุษยชนคนสำคัญของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง

เธอไปร่วมเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลรัฐบาลจีน จากเหตุการณ์นองเลือด ณ จตุรัสเทียนอันเหมิน 4 มิถุนายน ค.ศ. 1989  ในขณะที่มหานครปักกิ่งตลอดจนทุกมณฑลของสาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังมีงานเฉลิมฉลองวันชาติอย่างยิ่งใหญ่อลังการหลายวันหลายคืนติดต่อกัน  และถือเสมอว่า วันนี้คือวันที่ จีนประกาศในโลกได้รับรู้ว่า จีนตื่นแล้วจากการหลับไหลอันยาวนาน

“Let China sleeps, for when she wakes, she will shake the World ” Napoleon Bonaparte

ค่ะ..วันที่จีนตื่นจากการหลับไหลอันยาวนานครั้งนี้  สะเทือนไปสามโลกจริงๆ ไม่เว้นแม้นแต่ความสัมพันธ์กับเพื่อนที่แสนดีจาก – เขตปกครองพิเศษฮ่องกงด้วยเช่นกัน

เธอทำใจยอมรับฉันไม่ได้เลย ที่เข้ามาร่วมเรียกร้องประชาธิปไตยกับกลุ่มพันธมิตร แต่เนื้อแท้แล้วกลับมีจิตใจฝักใฝ่คอมมิวนิสต์จีน !!

ฉันไม่เคยให้ความสำคัญกับระบอบการปกครอง ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยดั่งเดิม ตามจารีตอย่างสหราชอาณาจักร  หรือ จะเป็น ระบอบคอมมิวนิสต์จากจีน หรือสหภาพโซเวียต  แต่ฉันให้ความสำคัญกับ คุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนวิสัยทัศน์ของเหล่าท่านผู้นำของแต่ละประเทศนั้นๆต่างหาก ที่เขาเหล่านั้นนำพาประเทศออกจากวิกฤติมาได้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างไร

เช่นกันกับที่ฉันไม่เคยลืมพระวีรกรรมของเหล่าบรรพชนไทยในอดีตทุกยุคทุกสมัย ที่เสียสละพระชนมชีพ ชีวิตเพื่อปกบ้านป้องเมืองไทยแห่งนี้ไว้ให้เรา ลูก-หลานได้อยู่อาศัยกันมาอย่างร่มเย็น ฉันไม่เคยลืมรากเหง้า อันดีงามที่มาของชาติไทยเลยแม้นแต่น้อย  รากเหง้า ความเป็นมาของชาติ กลับเร้าร้อนอยู่ใน จิตสำนึกชาติ ( Soul of Nation ) อยู่ตลอดเวลา

ฉันเคยปรารภเรื่องนี้กับคุณเก้าตะวัน ว่า..วันชาติจีน ฉันเสียเพื่อนที่ฮ่องกงเลยนะ  เธออธิบายว่า “เพราะจีนเป็นประชาธิปไตยแล้วไงครับ ที่ฮ่องกงถึงสามารถเดินขบวนได้ ในงานวันชาติจีน”

คาดว่าต้องใช้เวลาและให้เวลากับเพื่อนอีกสักระยะ ให้เธอมองเห็นบทบาทของจีนในแง่มุม-นโยบายปัจจุบัน จีนมีท่าทีต่อประชาคมโลกอ่อนโยนแต่เข้มแข็ง ไม่ใช่กร้าวร้าวและดุดัน บางครั้งความจำเป็นต่อประเทศชาติโดยรวมย่อมสำคัญกว่าสิ่งที่ผู้นำมีวิสัยทัศน์ และตระหนักว่านั้นคือภัยคุกคามต่อประเทศในอนาคต

และฉันคิดว่า ก้าวที่ 60 ปีของ สาธารณรัฐประชาชนจีนในวันนี้ คือบทเรียนอันยิ่งใหญ่ อันประกอบไปด้วยการเดินผิด เดินถูก การก้าวพลาด หกล้ม จนต้องปิดประเทศไปในอดีต ในวันนี้แง่มุมหลากหลายที่สะท้อนกลับมายังโลก เพื่อจะบอกว่า จีนตื่นแล้ว และพร้อมจะอยู่ร่วมกับประชาคมโลกอย่างสันติ และพึ่งพาอาศัยกันนั้น เป็นอย่างไร   และแน่นอนว่า ฉันเป็นคนหนึ่งที่อยากรู้และอยากศึกษาต่อทุกความสำเร็จและการล้มเหลวในแต่ละห้วงที่ผ่านมาของจีน

และที่สำคัญ ฉันอยากขอบคุณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ที่รักและเทิดทูน พระบรมราชจักรีวงศ์ของประเทศไทยของพวกเรา

อ่านเพิ่มเติม  60 ปี สาธารณรัฐประชาชนจีน จากคุณ เก้าตะวัน

 

ป้ายกำกับ: , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: