RSS

น้ำพริกกะปิ

24 ส.ค.

 

น้ำพริกกะปิ..สำหรับฉันคือ–โขลกกะปิจริงค่ะ  เวลาที่ไปทานข้าวนอกบ้านจะต้องถาม บริกรเสมอว่า “น้องคะ  น้ำพริกกะปิตำ หรือปลาทูตำ”  เพราะไม่เหมือนกัน และคนเข้าใจผิดกันเยอะทีเดียว  ส่วนน้ำพริกปลาทูจะทำแบบเดียวกับน้ำพริกปลาร้าที่คนคุ้นเคยกันนั้นแหละ หารู้ไม่ว่าแท้จริงนั้นที่มาคือ เป็นน้ำพริกปลาทูตำมาก่อน แล้วค่อยมาต้มน้ำปลาร้าใส่ไปอีกที หอมอร่อยขึ้นอีกเยอะ

เอาหละค่ะ..มาโขลกน้ำพริกกะปิสูตรของฉันกันดีกว่า  ส่วนใครไม่อยากโขลก  ..วันไหนฉันทำแล้วจะจุดธูปอัญเชิญมาหม่ำ หม่ำ หม่ำ นะคะ  ง่ายกว่ากันเยอะค่ะ 5555

  • อันดับแรก นำกะปิที่ทำจากเคยอย่างดีสัก ๒ ช้อน รากผักชีล้างให้สะอาดสัก ๒ ราก  กับกระเทียมสักหัว(กระเทียมไทยกลีบเล็กๆ  ไม่แนะนำให้ใช้กระเทียมกลีบโตๆเลยนะคะ เพราะไม่หอม  นำทุกอย่างมาห่อใบตองแล้วย่างด้วยเตาถ่านไฟอ่อนๆ ถ้าไม่มีเตาถ่านจะแก็สก็ยังพอทนเพราะห่อใบตองหลายๆชั้นหน่อยก็ดี  ไม่ให้กลิ่นแก็สเข้าไป 
  • นำกระเทียม รากผักชี และกะปิที่ย่างมาจนสุกหอมฉุยนั้นแหละมาใส่ครก   และ—โขลกให้แหลก   ใจเย็นๆค่อยๆโขลกทุกอย่างให้แหลก เพระถ้าคุณทำได้แบบนั้น กลิ่นของกะปิจะไม่ฉุนอีกเลย เพราะกลิ่นรากผักชี กระเทียมไทย  จะช่วยเปลี่ยนกลิ่นกะปิให้น่ากินจังเลยค่ะ 
  • สูตรของฉันจะปอกผิวมะเขือเปราะหั่นฝอยแช่น้ำมะนาว(กันไม่ให้ผิวมะเขือดำคล้ำ ไม่สวย)  พอโขลกกะปิจนเข้าเนื้อกันดี ก็สรงผิวมะเขือเปราะขึ้นจากน้ำ มาโขลกต่อให้แหลกอีกค่ะ 
  • แล้วฉันถึงจะใส่พริกขี้หนูสวนที่เม็ดเล็กๆ ลงไปโขลกให้เข้ากันเล็กน้อยตามความชอบ แต่เรายังจะมีไว้ใส่ในขั้นตอนหลังสุดอีกด้วยนะ เอาไว้บุๆเท่านั้นไมได้ตำให้ละเอียด
  • และในขั้นตอนของการปรุงรส—ใส่มะนาวบีบลงไปก่อนนะคะ  จะทำให้กลิ่นอาหารน่าทาน และไม่คาวกะปิ และสีน้ำพริกจะไม่ดำสีสวย อย่าใส่น้ำตาลก่อนเด็ดขาด  และน้ำตาลต้องเป็นน้ำตาลปีบหรือน้ำตาลมะพร้าวเท่านั้นนะ ฉันไม่ค่อยใช้น้ำตาลทรายทำกับข้าวเลย นอกจากขาดแคลนจริงๆ ฉันถึงจะอนุโลมหันมาญาติดีกับน้ำตาลทราย  เพราะน้ำตาลทรายทำให้รสชาติของน้ำพริกหวานไม่หอม เหมือนน้ำตาลปีบ น้ำตาลอ้อย น้ำตาลมะพร้าวพวกนั้น  และทำให้รสชาติของน้ำพริกเข้มข้นมากกว่าใช้น้ำตาลทรายมากทีเดียวค่ะ   และตามด้วยน้ำปลาไม่ต้องมาก เพราะเค็มกะปิอยู่แล้วค่ะ 
  • เท่านี้เอง แล้วพอจะตักขึ้นก็บุพริกขี้หนูอีกสักกำมือ โรยผักชีนิดหน่อย 
  • แต่อยากจะบอกว่า  น้ำพริกกะปินี้ โขลกทิ้งไว้ค้างคืน อร่อยกว่าตอนโขลกเสร็จใหม่ๆอีกค่ะ  จะนำมาผัดข้าว แล้วทอดไข่เจียวโป๊ะข้าวอีกที มื้อนั้น อาหารจานเดียวที่อร่อยเหาะของฉันแล้ว
  • น้ำพริกกะปินี้ แนบกับผักสดต่างๆตามชอบ แต่ฉันชอบหม่ำกับ”ชะอมชุบไช่ทอด” วิธีการทอดชะอมไม่ให้เหม็นเขียวของฉันคือ ตอกไข่หนึ่งฟองต่อการทอดหนึ่งแพเล็กๆ ใส่ชะอมไปในไข่ที่ตอกไว้ไม่ต้องมาก  ให้ไข่มากกว่าชะอม แล้วพักไว้ ไม่คนหรือตีให้เข้ากัน เพราะอันนี้แหละที่ทำให้เหม็นเขียว  ตั้งน้ำมันให้ร้อน เทลงไปเลย แล้วฉันจะใช้ตะเกียบยาวๆมาคนไข่และชะอมที่เพิ่งจะเทลงน้ำมันให้ฟูยิ่งขึ้น  เท่านั้นแหละมันจะฟูขึ้นมาน่าหม่ำมาก  ทอดจนเหลืองกรอบ รับรองว่าไม่เหม็นเขียวเลยค่ะ
About these ads
 

ป้ายกำกับ: ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: